เอพีฯ เผยหลังแบงก์ชาติผ่อนกฎ LTV ส่งผลบวกตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง ระบุที่อยู่อาศัยระดับกลางบนยังทำยอดขายได้ต่อเนื่อง เตรียมผุด 17 โครงการใหม่  รวมมูลค่า 15,800 ล้านบาท  พร้อมเปิดตัวบ้านแฝดระดับลักชัวรี่แบรนด์ใหม่ “THE SONNE ศรีนครินทร์บางนามูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท มั่นใจยอดโอนปี 62 เป็นไปตามเป้า 35,900 ล้านบาท

นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจแนวราบบริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเกณฑ์ของมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-value : LTV) ในส่วนของผู้กู้ร่วม และผู้ค้ำประกันสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ และไม่ถูกจัดเป็นผู้ซื้อสัญญาที่ 2 ซึ่งส่งผลบวกต่อภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2562 นี้ คาดว่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้น  ทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้กู้ร่วมและผู้ค้ำประกันกลับมาอีกครั้งขณะเดียวกันผู้ประกอบการสามารถขายที่อยู่อาศัยได้เพิ่มขึ้นด้วยและเป็นปัจจัยหนุนต่อการขายโครงการของบริษัทฯ อีกด้วย

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอยู่ในปัจจุบัน มองว่าที่อยู่อาศัยระดับกลางบน ยังเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการยังสามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะกลุ่มลูกค้าระดับกลางบน ยังมีกำลังซื้อ และได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่มากเท่ากับกลุ่มลูกค้าระดับล่าง ทำให้กลยุทธ์การพัฒนาโครงการในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้ากลางบน ที่ยังมีความสามารถในการซื้อ และมีความเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธสินเชื่อน้อยกว่ากลุ่มลูกค้าระดับล่าง หรือมีการพึ่งพาการใช้สินเชื่อไม่มาก

โดยโครงการแนวราบ ที่จะเปิดในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับกลางบน จำนวน 17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 15,800 ล้าบาท  แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,690 ล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์ จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 7,110 ล้านบาท พร้อมกับเปิดแบรนด์ใหม่คืโครงการ“THE SONNE ศรีนครินทร์บางนา เป็นโครงการบ้าน Luxury Duplex Home 3 ชั้น (บ้านแฝด) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ ขนาดตั้งแต่ 40-73 ตารางวา ราคาขายเริ่มต้นที่ 12-15 ล้านบาท จำนวน 56 ยูนิต มูลค่าโครงการ 630 ล้านบาท  โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 7-8 กันยายน 2562 นี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า หลังจากปัจจุบันมีลูกค้าที่สนใจเข้ามาลงทะเบียนแล้วกว่า 300 คน และคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในปลายปี 2562 นี้ โดยมีกำหนดการโอนในไตรมาส 4/2563  ซึ่งถือเป็นโครงการที่จะมาเติมเต็มช่องว่างของผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยที่ลูกค้าต้องการฟังก์ชั่นด้านพื้นที่ใช้สอยต่อยอดจากทาวน์เฮาส์

     

และในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้แล้ว 24,000 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีที่ตั้งไว้ 41,800 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 10,600 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการแนวราบ 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก โดยเฉพาะยอดขายโครงการแนวราบ ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อสินค้า และบริการในเครือ AP ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวม 54,800 ล้านบาท แบ่งเป็น Backlog จากโครงการแนวราบ จำนวน 9,540 ล้านบาทที่จะทยอยโอนภายในปี 2562 ทั้งหมด ส่วน Backlog จากคอนโดมิเนียมซึ่งรวมโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนจำนวน 45,300 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่บริษัทฯพัฒนาเอง 4,890 ล้านบาท และเป็น Backlog จากคอนโดมิเนียมร่วมทุน 40,400 ล้านบาท

ซึ่งจะทยอยโอนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 นี้ และรอรองรับไปถึง 2-3 ปีโดยที่ยังมั่นใจว่ายอดโอนในปีนี้ยังทำได้ตามเป้าหมาย 35,900 ล้านบาท ซึ่งมาจากยอดโอนโครงการแนวราบ 20,500 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นยอดโอนจากโครงการคอนโดมิเนียม

    

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here