แสนสิริฯ เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี62 โกยรายได้รวม10,924 ล้านบาท  ระบุผลงานแนวราบเติบโตเด่น  มีรายได้จากการโอนถึง 82%  กวาดกำไรครึ่งปีแรก 689 ล้านบาท  ครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 16 โครงใหม่ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท ย้ำยอดโอนตามเป้าหมาย 32,000 ล้านบาท
นายวันจักร์  บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  หรือ SIRI  เปิดเผยว่า จากความเข้าใจและความพร้อมในการปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับทุกสภาวะการณ์และสภาวะเศรษฐกิจมาโดยตลอด ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมในช่วงครึ่งปีแรกได้กว่า 10,924 ล้านบาท ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยรายได้หลักมาจากการโอนโครงการแนวราบถึง 82% และโครงการคอนโดมิเนียมอีก 18% โดยเฉพาะความสำเร็จมาจากการรุกพัฒนาแบรนด์ “สิริ เพลส” ทาวน์เฮาส์คุณภาพ ในระดับ Best in Class ต่อยอดความสำเร็จมาจากปีที่ผ่านมา และแบรนด์แนวราบในรูปแบบมิกซ์โปรดักส์ ที่รวมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ตอบรับทุกความต้องการลูกค้าไว้ในโครงการเดียวภายใต้แบรนด์“อณาสิริ”

นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก จากการสร้างผลงานจ่อคิวปิดการขาย บ้านแสนสิริ พัฒนาการ และ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) โครงการแฟล็กชิพบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ และ แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ที่คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในปีนี้รวมถึง ความสำเร็จในบ้านเดี่ยวโครงการสราญสิริ ชัยพฤกษ์ – แจ้งวัฒนะ, โครงการบุราสิริ บางนา, โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา และโครงการเศรษฐสิริ พหล-วัชรพล เป็นต้น ในขณะที่ตลาดต่างจังหวัด ประกอบด้วย 3 โครงการที่อยู่อาศัยที่มียอดโอนจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องอาทิ คอนโดมิเนียมบ้านไม้ขาว ภูเก็ต ซึ่งปิดการขายโครงการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โครงการดีคอนโด แคมปัส กู้กู ภูเก็ต  และโครงการบ้านเดี่ยว สราญสิริ เกาะแก้ว ภูเก็ต ทั้งนี้ จากการตอบรับโอนที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกนี้ช่วยตอกย้ำความต้องที่อยู่อาศัยในการซื้อเพื่ออยู่จริง

ทั้งยังส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งโดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 689 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากการบริหารธุรกิจและบริหารโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสอีกถึง 2,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่อีก 16 โครงการ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 10 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมอีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัทยังได้เตรียมเปิดการขายใหม่โครงการ ไทเกอร์ เลน (Tiger Lane) ลักซ์ชัวรี่โฮมออฟฟิศ สูง 4 ชั้น บนที่ดินฟรีโฮลด์ผืนสุดท้ายใจกลางย่านเสือป่า เยาวราช ราคาเริ่มต้นที่ 38 ล้านบาท จำนวน 5 ยูนิตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 นี้

“ปัจจุบันบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้กว่า 47,000 ล้านบาท ทั้งนี้จากการที่ลูกค้าตอบรับโอนที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ในปีนี้ไปแล้วถึง 70% จากเป้ารายได้จากการขาย 22,000 ล้านบาทในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งนับเป็นพรีเซล แบ็คล็อกที่สามารถ Secure เป้ารายได้ที่สูงมาก ดังนั้นจึงยังคงเหลือยอดขายและยอดโอนที่จะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายอีกเพียง30% บริษัทจึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ ทั้งนี้บริษัทยังได้เตรียมส่งมอบคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ให้แก่ลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวม 9  ซึ่งการเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้จะทำให้บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการได้ ในเป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้านบาทและเป้าหมายยอดโอน 32,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าวในที่สุด

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here