ซอยพาณิชย์ธนฯ หรือซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 นี่ เด็กฝั่งธนอย่างผมคุ้นเคยดี เพราะตอนเรียนมัธยมปลาย แถวบางกอกใหญ่ เพื่อนๆ ชอบชวนกันยกพลไปตีแบด เตะบอล และว่ายน้ำกันในซอยพาณิชย์ธนฯบ่อยๆ เป็นซอยที่คึกคักมาทุกยุคทุกสมัย แต่ผมก็ไม่เคยได้แวะไปแถวนั้นนานมากๆมาสำรวจแถวนี้อีกครั้ง ตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลง ที่มากับ เส้นทางรถไฟฟ้าที่พาเอาความเจริญและความเป็นเมืองมาตั้งตระหง่านกันเต็มพื้นที่จริงๆ

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่วิ่งเป็นวงกลมรอบเมืองในการ feed คนเข้าไปสู่เส้นทางหลัก จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการขนส่งที่สำคัญของคนกรุงเทพฯ เมื่อแล้วเสร็จทั้งหมด เส้นทางนี้จะวิ่งเป็นวงกลมไปตัดกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีอื่น ทั้งสีม่วง สีเขียว สีแดง และสีส้ม ที่ Interchange หลายสถานี เช่น ท่าพระ บางขุนนนท์ บางซื่อ ลาดพร้าว สุขุมวิท ทำให้การเดินทางโดยรถไฟฟ้าสามารถไปต่อสายอื่นได้สะดวกสบายด้วยการมาของรถไฟฟ้า ทำให้ละแวกนี้เต็มไปด้วยห้างร้านต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะทั้ง เทสโก้โลตัส ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ห้าง HomePro ก็เดินไปอีกหน่อย ยังมี Makro ,foodland, The Mall ท่าพระ ,The Circle ก็พอขับรถไปได้สบายๆ

ส่วนคนที่ขับรถเป็นประจำ แถวนี้ต้องบอกว่ามีทางลัด ตัดไปออกถนนหลักอื่นๆ หลายสาย ที่ตอนเด็กๆ ไม่มี ( เอออ หรืออาจจะมีแต่ผมไม่รู้ ) เพราะในซอยพาณิชย์ธนฯ นี้ออกได้ทั้ง ราชพฤกษ์ พรานนก พุทมธมณฑลสาย 4 เพชรเกษม และ บรมราชชนนี เรียกว่า ไปไหนมาไหนได้ค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว

แน่นอนว่า เมื่อรถไฟฟ้ามาถึง ความเจริญมาถึง สิ่งหนึ่งที่ต้องตามมา คือ ที่พักอาศัยใหม่ๆ โดยเฉพาะ “คอนโดมิเนียม” ที่ฮิตติดอยู่คู่ชีวิตคนเมืองมานานพอสมควรแล้ว พอมาสำรวจละแวกนี้แล้ว เลยขอพาชมโครงการที่กำลังจะเปิดขายใหม่ล่าสุดบนเส้นนี้เลยละกัน ที่สำคัญที่สุด คือ คอนโดนี้ที่ตั้ง 0 เมตร จากสถานีจรัญสนิทวงศ์ 13 เรียกว่า เดินออกจากตึกก็ขึ้นบันไดเลื่อนสถานี MRT ได้เลย ผมกำลังจะพามารู้จักกับ “CIELA Charan 13 Station” ใหม่แกะกล่อง ล่าสุดของ GRAND UNITY กันครับ

“CIELA” นี่ถือว่าเป็น serie แบรนด์คอนโด high rise ที่เน้นให้ spec แบบค่อนข้างหรูหราในราคาที่มาแข่งขันทำตลาดที่ประมาณ 9 หมื่นถึง แสนต้นๆ ต่อตารางเมตรของ GRAND UNITY

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก CIELA ม.ศรีปทุม GRAND UNITY ก็มาพัฒนาต่อที่นี่เลย ทำเลโครงการนี้ ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบคู่แข่งที่เด่นชัดสุด เนื่องจากอยู่ติดสถานี MRT แบบบันไดแทบจะเกยเข้าโครงการ คนที่ใช้รถไฟฟ้าแต่ไม่ชอบเดินไกลๆ ไปขึ้นรถน่าจะถูกใจที่สุด

CIELA เป็นคอนโดสมัยใหม่ ที่ใช้ที่จอดรถแบบ Automatic Parking เพื่อให้สามารถจัดที่จอดรถได้มากที่สุด ที่นี่จึงมีที่จอดรถให้ถึง 40% กับห้องพักจำนวน 360 ยูนิต จึงไม่ได้ดูหนาแน่นเกินไป เมื่อเทียบกับโครงการที่ติดสถานีรถไฟฟ้าอื่นๆ

ตัวอาคารสูง 20 ชั้น ที่สำคัญ จัดเอาพระเอก คือ ส่วนกลางที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำลอยฟ้ายาว เกือบ 30 เมตร , ห้องซาวน่า , ห้องฟิตเนส ใหญ่โตเกือบ 100 ตารางเมตร สวนลอยฟ้า และ co-working space ไปไว้ให้ลูกบ้านได้ชมวิวกรุงเทพฯ สวยๆ แบบพาโนรามา บนชั้น 20 ซึ่งเชื่อได้ว่า วิวฝั่งธนฯ ที่ยังไม่ค่อยมีตึกสูงมาบังทำให้มองได้ไกลสวยงามอลังการแน่นอน

ส่วนในห้องพัก ที่นี่มีให้เลือก 5 แบบ ซึ่งประกอบไปด้วย
– ห้องแบบ STUDIO ( ขนาดตั้งแต่ 21 – 21.5 ตารางเมตร ) มี 36 ห้อง
– ห้องแบบ 1 BEDROOM ( ขนาดตั้งแต่ 25 – 25.7 ตารางเมตร ) มี 144 ห้อง
– ห้องแบบ 1 BEDROOM CORNER ( ขนาด 30.5 ตารางเมตร ) มี 18 ห้อง
– ห้องแบบ 1 BED PLUS ( ขนาด 30.5 – 33 ตารางเมตร ) มี 144 ห้อง
– ห้องแบบ 1 BEDROOM PLUS CORNER ( ขนาด 34.5 ตารางเมตร ) มี 18 ห้อง

แน่นอนว่า กลุ่มเป้าหมายสำหรับทำเลแถวนี้ น่าจะเหมาะกับ REAL DEMAND หรือคนพื้นที่ ที่ต้องการอยู่แถวนี้จริงๆ ห้องส่วนใหญ่จึงจะเป็นห้องประมาณ 1 BED กับ 1 BED PLUS เป็นหลักสำหรับครอบครัวขยายที่ต้องการแยกครอบครัวออกมาใกล้ๆ ถิ่นเดิม แต่ได้ facilities ที่ครบครันสำหรับการใช้ชีวิต ส่วนคนทำงานที่หาที่พักเพื่อเดินทางเข้าเมืองไปทำงานสะดวก แถวนี้ก็เหมาะเหมือนกัน เนื่องจากเหตุผลที่ใกล้รถไฟฟ้าและอุดมสมบูรณ์ในการหาของกินของใช้ได้ง่าย ถ้าจะดูห้องแบบ STUDIO ราคาแถวๆ นี้ ยังพอผ่อนไหวอยู่

SPEC ห้องที่นี่ ความสูงห้องนอนและนั่งเล่น พื้นถึงฝ้าได้ที่ 2.60 เมตร ดูสูง ไม่อึดอัด แต่ส่วนห้องครัวและห้องน้ำจะเตี้ยลงมาหน่อย ที่ 2.45 และ 2.30 เมตร ตามลำดับ

* พื้นเป็นไม้ลามิเนต 8 มม.

* แต่ที่ผมชอบ คือ ห้องทุกห้องให้บานกระจกหน้าต่างตัดกับกรอบอลูมิเนียมสี sahara ดูดีทีเดียว โดยที่บานกระจกเต็มมาก เกือบจรดพื้นถึงฝ้าเลย คือ สามารถเทควิวได้เต็มที่ และตอนกลางวันก็สามารถเปิดรับแสงได้เต็มที่ ไม่อึดอัด ทำให้ห้องโปร่ง โล่ง น่าอยู่

* ส่วนภายในห้องน้ำ ใช้สุขภัณฑ์ HAFELE ทั้งหมด เป็นกระเบื้องแกรนิโตลายหินอ่อนสีขาว ขนาด 60X60 มาพร้อมกับฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก tempered ให้ด้วย

* ประตูทางเข้าห้อง เป็นประตูลายไม้ ที่มาพร้อม Digital Doorlock

* ดวงโคม ภายในห้องพักทั้งหมด เป็น LED

* ห้องพักที่นี่ มาแบบ Fully fitted คือ มีชุดครัว ตู้เสื้อผ้า และตู้รองเท้าแบบ Built-in เตรียมมาให้

* ชุดครัวจะเป็นชุดสำเร็จรูป หน้าบานเป็นเมลามีนลายไม้ ที่มาพร้อมกับ HOB HOOD SINK ของ HAFELE

* ตู้รองเท้า เป็นหน้าบานเมลามีนลายไม้ กรุด้านในด้วยเมลามีนสีขาว

* ส่วนตู้เสื้อผ้า ดูแพงด้วยหน้าบานกระจกลามิเนตสีชาดำ ส่วนอื่นเป็นเมลามีนปิดผิว

LAY OUT ภายในห้องจัดได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ ห้อง 1 BED PLUS นี่ น่าจะเหมาะกับคนยุคนี้ที่สุด เพราะจะได้ห้องอเนกประสงค์ไว้ ทำเป็นห้องเสื้อผ้า , ห้องทำงาน , ห้องนอนเด็ก หรือห้องเก็บของได้ แต่จริงๆ การใช้ชีวิตปัจจุบันในคอนโด ที่มีส่วนกลางพร้อมๆ และสวยงาม น่าจะไปใช้เวลากับพวกส่วนกลางที่โครงการลงทุนทำไว้ให้สวยๆ อย่าง Co Working Space นี่น่าจะไปนั่งทำงานแล้วเอาห้อง PLUS มาใช้อย่างอื่นมากกว่า

ถ้ามองยาวๆ ทั้งอยู่เองไปก่อน ช่วงกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว 4-5 ปี แล้วเผื่อไว้ลงทุนระยะยาวๆ ห้องแบบ 1 BEDROOM CORNER 34.5 ตารางเมตร มุมทิศใต้นี่น่าสนใจที่สุด เพราะทั้งโครงการมีแค่ 18 ห้องเท่านั้น ได้มุมมองกระจกกว้างแบบที่สุด ห้องนี้ผมถือเป็นห้องพระเอกผมเลย ด้วยจำนวนห้องที่น้อย และมุมกระจกกว้าง 2 ด้าน ห้อง type นี้น่าจะมี gap ให้ราคาขึ้นไปได้อีก

ตลาดคอนโดมิเนียมปัจจุบัน ไม่หวือหวา ดุดันเหมือน 3-4 ปีที่ผ่านมา การเลือกซื้อคอนโดในเมืองเพื่ออยู่เองหรือเพื่อลงทุน ปัจจัยสำคัญที่สุด ณ.ตอนนี้ ก็ต้องมองเรื่อง การเดินทางนี่แหละที่มีผลกับคนเมืองที่สุด ถ้าการเดินทางสะดวก ทำเลดี มีของกิน ของใช้ อุดมสมบูรณ์ไม่แห้งแล้งแบบจะกินข้าวที ต้องขับรถไปอีก 2 กิโล และที่สำคัญ คือคำนวณรายรับรายจ่ายทุกอย่างแล้วเรายัง afford ไหว ยังไงก็ควรพิจารณาลงทุนในคอนโด เพราะไม่มีทางที่ราคาคอนโดจะกลับไปถูกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว อันนี้ฟันธง ! สนใจลงทะเบียน คลิก : http://bit.ly/2InMjIF ได้ก่อนเลยครับ

บทความโดย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here