ไอริส กรุ๊ปฯเผยภาพรวมอสังหาฯครึ่งปีหลังยังทรงตัว เปิดแผนปี62 จ่อผุด2  โครงการใหม่ มูลค่า2,300 ล้านบาท ทั้งเตรียมนำที่ดินสะสมทำเลตลิ่งชัน ชลบุรีผุดแนวราบ และที่ระยองพัฒนามิกซ์ยูสรูปแบบบ้านรองรับผู้สูงวัย ภายใน 1-2 ปีนี้ ปี64 เดินหน้าเข้าSET ตั้งหยวนต้าฯเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หวังสร้างแบรนด์-ความน่าเชื่อถือ และระดมเม็ดเงินได้ง่าย  รับผลประกอบการปี62ต่ำเป้าที่ 600 ล้านบาท  
นายกิตติพงษ์ สุมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอริส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลัง 2562 ว่า ยังคงทรงตัว โดยเฉพาะคอนโดฯที่ได้รับผลกระทบมาจากปี 2561 ซึ่งตลาดระดับล่างจะได้รับผลกระทบมากสุด ส่วนตลาดระดับบนที่ต้องพึ่งพาลูกค้าต่างชาติก็เริ่มได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน โดยเฉพาะโครงการที่เน้นกลุ่มเป้าหมายต่างชาติที่มาจากจีน แต่เชื่อว่าหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ลูกค้าต่างชาติก็จะกลับมา

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2562 จะมีการเปิดตัวใหม่ 2 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 2,300 ล้านบาท  ได้แก่

1.โครงการ IDEN Sukhumvit101 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ เป็นทาวน์โฮม จำนวน 42 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟสๆแรก มีจำนวน 14 ยูนิต ขนาด 35.2 ตารางวา ราคา 24-28 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2562 นี้ คาดว่าในปีนี้จะปิดการขายได้ 12 ยูนิต และโอนได้ประมาณ 9 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ภายในปี 2563

“ปัจจุบันราคาที่ดินย่านสุขุมวิท 101 มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็เข้ามาพัฒนาโครงการแนวสูงและแนวราบมากขึ้น โดยปัจจุบันราคาที่ดินจากปากซอยเข้ามาประมาณ 1.9 กิโลเมตร ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาท/ตารางวา

2.โครงการทำเลเกษตร-นวมินทร์ บนพื้นที่ประมาณ 14 ไร่  อาจจะพัฒนาในรูปแบบของบ้านแฝดหรือทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ “IDEN” ระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าโครงการประมาณ 1,300 ล้านบาท  คาดว่าจะเปิดตัวประมาณปลายปีนี้ หรือต้นปี 2563

นอกจากนี้บริษัทยังมีที่ดินสะสมรอการพัฒนาในต่างจังหวัดอีก 3 แปลง คือที่ ทำเลตลิ่งชัน ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีแดง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งมีแผนพัฒนาในรูปแบบแนวราบเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดข้อมูลได้

ทำเลชลบุรี จำนวน 21 ไร่ มีแผนจะพัฒนาโครงการแนวราบ  และระยอง บริเวณหาดพลา จำนวน 34 ไร่ มีแผนจะพัฒนาในรูปแบบมิกซ์ยูส และโครงการบ้านสำหรับผู้สูงวัย  ซึ่งทั้ง 2 แปลงนี้คาดว่าจะนำมาพัฒนาภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้

อีกทั้งขณะนี้ในอนาคตยังสนใจที่จะร่วมทุนกับกลุ่มทุนต่างชาติเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาอยู่ 2 ประเทศ คือจีน และญี่ปุ่น โดยบริษัทฯยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มอื่นเข้ามาเจรจาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องดูว่าพันธมิตรที่จะมาร่วมทุนนั้นสามารถเอื้อธุรกิจในด้านใดได้บ้าง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ในขณะนี้

และในปี 2564 ยังมีแผนที่จะนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor)  โดยสาเหตุที่บริษัทฯเลือกต้าหยวนฯ เนื่องจากมองว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายเซกเมนต์ติดอันดับ1 ใน 5 ของไต้หวัน  โดยสาเหตุที่บริษัทฯนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดฯเพราะต้องการสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ให้ผู้บริโภครับทราบ อีกทั้งยังสามารถระดมทุนได้ง่าย และมีต้นทุนทางการเงินที่ถูก  ปัจจุบันไอริส กรุ๊ป มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท(ชำระเต็ม) คาดว่าในปี 2564 จะสามารถรับรู้รายได้เกือบ 3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทฯได้ปรับเป้ารับรู้รายได้เหลือ 600 ล้านบาท โดยมาจากโครงการไอริส เวสท์เกต จำนวน 200 ล้านบาท ,โครงการไอริส พาร์ค ชัยพฤกษ์-วงแหวน จำนวน  200 ล้านบาท และโครงการ IDEN Sukhumvit101 จำนวน 200 ล้านบาท  ซึ่งต่ำกว่าปี 2561 ที่สามารถทำได้กว่า 800 ล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

*