I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

พัทยา กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนทั่วโลก ฝันว่าอยากได้เข้ามาเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต ดั่งเช่น เมืองตากอากาศชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็น ฮาวาย หรือ อิบิซ่า  ด้วยเสน่ห์ของชายหาดพัทยาที่ทอดยาวและแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายในเมืองพัทยาก็ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากนานาชาติปักหมุดเป็นจุดหมายของการเดินทาง  ที่ผ่านมาพัทยานั้นรู้กันดีว่าเป็นถิ่นของตลาดรัสเซีย แต่ด้วยสถานการณ์ภายในประเทศรัสเซียที่ไม่มีเสถียรภาพ ทำให้ค่าเงินของรัสเซียที่เคยสามารถจับจ่ายได้อย่างเต็มที่ในบ้านเราเกิดการผันผวนจนต้องหนีหายกลับประเทศไปกันเกือบหมด  พัทยาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงเข้าสู่สภาวะเงียบเหงาอยู่พักใหญ่  จนเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และอินเดีย ที่ได้รับความนิยมขึ้นมาแทน ทำให้เราได้เห็น Development ในเมืองพัทยา กลับมามีสีสันอีกครั้ง

อันที่จริงหากไม่หวังพึ่งพิงเม็ดเงินท่องเที่ยวจากต่างชาติ สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยเองพัทยาก็ยังคงมีเสน่ห์ที่มีสีสัน และไม่ไกลจากกรุงเทพ ยิ่งเมื่อแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC ถูกพูดถึงและเป็นนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงทำให้มีเม็ดเงินลงทุนทั้งจากภาพรัฐและเอกชนเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความเจริญเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นการขยายเส้นทางทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์  การสร้างรถไฟไฮสปีดเทรนเชื่อมต่อ 3 สนามบินคือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ซึ่งตอนนี้ได้ผู้ชนะการประมูลรับผิดชอบการก่อสร้างไปแล้วนั่นคือบริษัท CP หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งใช้วงเงินการก่อสร้างไป 117,227 ล้านบาท   จะเห็นได้ว่าโครงสร้างพื้นฐาน หลายๆอย่างได้เป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับการผลักดันให้กลุ่มเมืองภาคตะวันออกทั้งระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้า ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งจากภาครัฐบาลและภาคเอกชนรวมๆ กันมากกว่า 1.5 ล้านล้านบาทกันเลยทีเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพัทยาเองแม้ว่าจะไม่ได้รับประโยชน์ทางตรงจากแผนการพัฒนา EEC แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งทั้งคนและสินค้าจากภาคการผลิต และยังช่วยทำให้หัวเมืองภาคตะวันออกย่านนี้กลับมาคึกคักทั้งจากตลาดคนย้ายถิ่นมาทำงาน และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสะดวกรวดเร็วและง่ายมากยิ่งขึ้น

กลับมาที่เมืองพัทยาเห็นได้ชัดเจนว่าเวลานี้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยว ตัวเลขจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากกว่า 10,535,955 คน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าทุกๆ ชาติ และพัทยาก็เป็น 1 ในจุดหมายปลายทางที่ชาวจีนตั้งใจมา จากการทำสำรวจ Online Survey ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา Pattaya ถูกโหวตให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวจีนอยากเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด  เพราะด้วยความครบของเมืองพัทยา ทั้งทะเล ร้านอาหารมากมาย แหล่งท่องเที่ยวยามราตรี รวมถึง Shopping Plaza มากมายที่เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายเปย์  ทำให้โรงแรมในพัทยาที่มีอยู่มากมายตั้งแต่ระดับ Guest house ไปจนถึงระดับ 5 ดาว ในหน้า High season  ก็เรียกว่าแทบจะไม่พอ รองรับนักท่องเที่ยวได้ อย่างเพียงพอ จึงเห็นได้ว่าหลายๆโครงการที่เปิดตัวใหม่ๆ เริ่มขยับขยายโซน เขยิบออกไปนอกโซนพัทยา ยิ่งจุดที่เป็นใจกลางความเจริญของเมืองพัทยา อย่างพัทยากลาง และ พัทยาเหนือ นี่เรียกว่าได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการในการหาเช่าทั้งระยะสั้น และระยะยาวเป็นอย่างมาก เราจึงได้เห็นว่าไม่ใช่เพียงแค่โรงแรม แต่เลี่ยงไม่ได้ว่าตอนนี้หลายๆ โครงการคอนโดมิเนียมในพัทยาเอง ก็เริ่มปรับรูปแบบให้กลายเป็น Condotel รองรับการปล่อยเช่าระยะสั้นกันเยอะมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ้างอิงข้อมูลวิจัยจาก prop2morrow Market Intelligent  ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยาที่เงียบเหงาไปสัก 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ภายในปี 2018 นี้เองจำนวนการเปิดโครงการใหม่เริ่มมีสัญญาณการปรับตัวที่ดีขึ้น ทั้งจากตัวเลข Supply ของ Unit ที่เหลือขายเริ่มถูกซึมซับ ประกอบกับสถานการณ์ ตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดจีน เองที่เริ่มกลับมาคึกคักอย่างที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น ผู้ประกอบการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงเริ่มมีความมั่นใจในการซื้อที่และเปิดโครงการใหม่ไม่ว่าจะเป็น Developer Local เองหรือ Developer จากกรุงเทพก็เริ่มกล้ากลับเข้าไปลงทุนในพัทยา

Model การพัฒนารูปแบบใหม่ที่ให้ผลตอบแทนดี การันตีสูง

ด้วยความต้องการในการหาที่พักสูงขึ้น ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวก็เริ่มมองหาที่พักอาศัยที่มีความครบทั้งด้าน Facility และ Service ที่เพียบพร้อม  Model ในการพัฒนาโครงการ Condominium เพื่อการลงทุนปล่อยเช่าจึงเริ่มถูกนำมาใช้และได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนมากขึ้น  ซึ่งหากมองถึงผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ จาก Model การพัฒนารูปแบบโครงการลักษณะนี้ เชื่อว่า HABITAT GROUP เป็นหนึ่งในผู้พัฒนารูปแบบโครงการ Condominium เพื่อการลงทุน ที่ได้ความเชื่อมั่นทั้งในผลงานของการสร้างโครงการ และความมั่นใจในการคืนผลตอบแทนที่ดีกลับสู่นักลงทุน  ดังจะเห็นได้ว่า 6 โครงการในพัทยาจาก HABITAT GROUP  ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน Sold out กันไปจนเกือบทั้งหมด  ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การการันตีผลตอบแทนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  การร่วมมือในการดึง Hotel Chain ชั้นนำเข้ามาบริหารโครงการหลังเปิดให้บริการเป็นโรงแรมสมบูรณ์แบบ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวในการเข้าพักซึ่ง สะท้อนกลับมาให้เป็นผลประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ซื้อโครงการนั่นเอง


RAMADA  MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM โครงการใหม่ล่าสุดจาก HABITAT GROUP

HABITAT GROUP กลับมาร่วมมือกับ WYNDHAM อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จับมือกันเปิดโครงการ WYNDHEM Atlas Wongamat Pattaya  ซึ่ง SOLD OUT ไปอย่างรวดเร็ว  การกลับมาครั้งนี้ HABITAT จึงมีความมั่นใจพร้อมนำเสนอโครงการที่ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในซอยพัทยาเหนือ 2/2  ซึ่งไม่ไกลจากแหล่ง Shopping ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมากที่สุดในขณะนี้ในพัทยาอย่าง Terminal 21 Pattaya เพียง 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งโครงการ RAMADA by WYNDHAM MIRA NORTH นี้ ประกอบไปด้วยห้องพักอาศัยทั้งหมด 339 ยูนิต ซึ่งมีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 3 Types คือ

ซึ่งครั้งนี้ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM ก็ยังคงมาพร้อมกับ  Investment Program ที่น่าสนใจเช่นเดิม โดยเบื้องต้นยังให้การการันตีผลตอบแทนอยู่ที่ 6% เป็นเวลา 3 ปี  ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามันก็ไม่ได้มากมายเท่าไรนี่ แต่อยากให้ทำความเข้าใจแบบนี้ว่า จากประสบการณ์หลายโครงการที่ผ่านมาของ HABITAT GROUP นั้น ลูกค้าไม่ชอบการการันตีกันยาวมากนัก เพราะนั่นคือการ Fix ผลตอบแทนต่อปีคงที่นานเกินไป ซึ่งโดยทั่วไปหลังระยะการการันตี ทาง HABITAT GROUP ก็ยังคงจ่ายคืนผลตอบแทนให้กับเจ้าของห้องชุดนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้ที่ถูกบริหารเป็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจโรงแรม กลับคืนมาให้เจ้าของห้องชุด ซึ่งบางครั้งอาจจะมากกว่า 6% ต่อปีก็เป็นได้

โดยโครงการ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM นี้นับตั้งแต่ปีที่ 4 จนถึงปีที่ 30 ตามสัญญาที่ HABITAT HOSPITALITY ได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องนั้น ก็จะมีการจ่ายผลตอบแทนคือ ตามสัดส่วนคือ 70 : 30 ซึ่งนักลงทุนที่เป็นเจ้าของห้องได้รับ 70 % และ  HABITAT HOSPITALITY รับ 30 % ซึ่งมีการจ่ายเป็นรายไตรมาส   ซึ่งเชื่อว่าด้วยการบริหารงานโรงแรมแบบมืออาชีพของ WYNDHEM ก็จะทำให้ผลการดำเนินงานมีกำไรกลับคืนสู่นักลงทุนได้นั่นแน่นอน

Investment Program

โปรแกรมการลงทุนที่ทาง HABITAT GROUP จัดให้นักลงทุนนั้น มีสัญญาเช่า 30 ปี  ปีที่ 1-3 การันตี yield 6% นาน 3 ปี และหลังจากนั้นปีที่ 4-30 แบ่งผลกำไร 70:30  70% ให้แก่นักลงทุน และ 30% ให้แก่ HABITAT HOSPITALITY  และ โครงการ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM ทาง HABITAT GROUP มี PROGRAM สำหรับการจ่าย Cash Back ให้กับนักลงทุนที่มีความพร้อม มีเงินในการลงทุนตั้งแต่วันเริ่มจองซื้อโครงการ  คือ จ่ายค่าห้อง 50% จากราคาเต็ม ได้รับเงินปันผลคืน 4% ต่อปี จ่ายคืนทันที หรือถ้ามีเงินก้อนที่พร้อมจ่ายมูลค่าห้องเป็นเงินสด 100% ได้รับเงินปันผลคืน 5% ต่อปี จนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน

สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนที่เป็นเจ้าของห้อง สามารถเข้าพักที่ โครงการได้ 14 วัน/ปี และได้รับส่วนลดพิเศษจากโรงแรมในเครือของ HABITAT GROUP

Influencer Comment

 

โครงการ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM จาก HABITAT GROUP จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ SOLDOUT ได้อย่างรวดเร็ว เพราะด้วยประสบการณ์ทั้งจาก HABITAT GROUP ในการพัฒนารูปแบบโครงการ Condominium ให้เป็นโครงการที่เหมาะกับทำเป็นโรงแรมได้ในระยะยาวทั้งคุณภาพงานออกแบบและก่อสร้าง และการออกแบบ Program เพื่อการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความชัดเจน เข้าใจง่ายที่สำคัญมีความโปร่งใสจึงทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการซื้อโครงการเพื่อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนต่อไปในระยะยาวได้  และครั้งนี้ HABITAT GROUP ยังมี PROGRAM สำหรับการจ่ายเงินคืนกลับให้กับนักลงทุนที่มีความพร้อมมีเงินในการลงทุนตั้งแต่วันเริ่มจองซื้อโครงการ  คือ

จ่ายค่าห้อง 50% สัญญา ก็รับเงินปันผลคืน4%ต่อปี ได้ทันทีทุกเดือน  หรือถ้ามีเงินก้อนที่พร้อมจ่ายมูลค่าห้องเป็นเงินสด 100% ก็สามารถได้รับเงินคืน 5% ต่อปีจนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนเช่นกัน จุดนี้เองจึงทำให้ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM  เป็นโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนอย่างแท้จริง  และการเลือกใช้ WYNDHAM ซึ่งเป็น Hotel Chain ระดับโลกที่มีประสบการณ์บริหารงานโรงแรมมามากมายจึงมั่นใจได้ว่าตลอด 30 ปี ที่ทาง HABITAT HOSPITALITY ได้ทำสัญญาเช่าจากเรานั้นน่าจะมีกำไรกลับคืนสู่นักลงทุนมากกว่า 6% ต่อปีอย่างแน่นอน

การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงทั้งนั้น  แต่การจะลงทุนแบบจำกัดความเสี่ยงได้ นอกจากจะมีความรู้ที่เพียงพอแล้ว อีกวิธีหนึ่งคือ การที่มีมืออาชีพมาช่วยดูแลบริหารจัดการให้ ยิ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าสมัยก่อน  การจะหา yield หรือ capital gain ให้เป็นที่น่าพอใจนั้น จึงยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

โครงการ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM จึงน่าจะนับเป็น INVESTMENT PRODUCT อีกชนิดหนึ่งได้เลย เพราะเป็นโครงการที่ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุน ไม่ได้หวังที่จะไปพักอาศัยในระยะยาว แต่สามารถคาดหวังการลงทุนในระยะยาวได้  โดยแน่นอนว่า ผู้ลงทุนสามารถคาด yield หรือผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าแน่นอน  แต่ที่มากไปกว่านั้น คือ capital gain ที่ผู้ลงทุนสามารถได้เพิ่มจากการขายต่อในอนาคต   ซึ่งถ้าถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าราคาขายจะเพิ่มมากขึ้น ก็ตอบได้เลยว่า จากอดีตที่ผ่านมา เรายังไม่เคยเห็นราคาที่ดินในพัทยาถูกลงเลย ในขณะที่ค่าก่อสร้าง ค่าครองชีพก็สูงขึ้นมาโดยตลอด   ดังนั้นราคาขายต่อของคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน ที่มี เชนโรงแรมระดับโลกมาบริหารจัดการให้ ก็น่าจะสามารถคาดเดาถึงมูลค่าว่าจะเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

ปัจจุบันการลงทุนอสังหาร์แบบเก็งกำไรนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีนักการซื้อง่ายขายคล่องไม่เหมือนในอดีตที่เคยเป็นมา ดังนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จึงหันมาลงทุนแบบปล่อยเช่า เพราะได้ผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าบวกกับระยะเวลาที่ทรัพย์จะเติบโตเพื่อรอการขายในอนาคต

แต่ปัญหาอันดับหนึ่งของนักลงทุนสำหรับการลงทุนปล่อยเช่า คือการดูแลและบริการผู้เช่า จากประสบการณ์ของยุ้ยและเพื่อนๆนักลงทุนที่ปล่อยเช่าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เบื่อที่จะต้องดูแลห้อง การติดต่อ การบริการ ซึ่งปัญหาต่างๆ จะมาพร้อมกับผู้เช่าที่มีความต้องการที่หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนปล่อยเช่าต้องการก็คือผลตอบแทนจากค่าเช่ารายเดือนที่คุ้มค่า สม่ำเสมอและไม่มีเรื่องจุกจิกให้ปวดหัวตามมา จึงเป็นเหตุให้นักลงทุนปล่อยเช่าหลายคนหันมาสนใจโครงการที่การันตีค่าเช่าเพื่อลดภาระดังกล่าว

ซึ่งในปัจจุบันโครงการคอนโดที่การันตีค่าเช่านั้นก็มีหลากหลาย ดังนั้นวิธีเลือกที่ง่ายที่สุดในมุมมองของยุ้ยคือการเลือกโครงการที่มี Hotel Chain ระดับโลกมาร่วมบริหารเพราะ Hotel Chain ระดับโลกย่อมมีมาตรฐานในการเลือกโครงการที่จะลงทุน และนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่สำคัญที่ยุ้ยจะเลือกมองหาโครงการที่เหมาะสมกับการลงทุน

และด้วยเหตุผลนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโครงการของ RAMADA MIRA NORTH PATTAYA by WYNDHAM  จาก HABITAT GROUP จึง SOLDOUT ได้อย่างรวดเร็วและเป็นที่สนใจสำหรับนักลงทุน นั่นก็เป็นเพราะมี Hotel Chain ระดับโลกมาการันตีและตัวโครงการเองก็ได้อุดรูรั่วหรือได้ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี กับการการันตีรายได้ตลอดระยะเวลา 30ปี กับผลตอบแทน 4 – 6% ขึ้นอยู่กับเงินลงทุน และมีการจ่ายผลตอบแทนตามสัดส่วน 70% สำหรับนักลงทุนและ 30% สำหรับค่าบริหารงาน และนี่คือจุดเด่นของโครงการ HABITAT ที่ทำให้นักลงสนทุนให้ความสนใจ ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนปล่อยเช่าอย่างแท้จริง

RAMADA MIRA NORTH PATTAYA BY WYNDHAM คอนโดหรูสไตล์รีสอร์ท แต่งครบ เพื่อการลงทุน พร้อมการันตี yield 6% 3 ปี

สนใจคลิก : https://register.ramadapattaya.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here