แมกโนเลียฯเปิดตัวที่อยู่อาศัยแบรนด์ใหม่ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” เอาใจลูกค้าหลากหลายเจเนอเรชั่น นำร่อง 3 โครงการ 2 ทำเล ทั้งแนวราบ-แนวสูง ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ รวมมูลค่า 19,900 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวไตรมาส3-4 ปีนี้ เล็งซื้อที่ดินพัฒนาต่อเนื่อง คาดปี63 จ่อผุดอย่างน้อย 2 โครงการ ในทำเลที่คตอบโจทย์
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันครอบครัวสมัยใหม่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากการแยกที่อยู่อาศัยออกมาจากครอบครัวใหญ่ โดยมาจากหลายปัจจัยของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป             ทาง MQDC ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เพื่อสนับสนุนให้เกิดความสุขที่แท้จริงในชีวิต เล็งเห็นว่าความสุขของทุกเจเนอเรชั่นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะโอกาสพิเศษ แต่ความสุขจากการอยู่ร่วมกันต้องเกิดขึ้นได้ทุกวัน MQDC จึงได้พัฒนาแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ขึ้นเพื่อให้เป็นมากกว่าที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่เติมเต็มช่องว่างของคนในครอบครัวและการอยู่อาศัยแบบหลากหลายเจเนอเรชั่น เพื่อการสานความสัมพันธ์ และสร้างความสุขที่ยั่งยืนในชีวิตอย่างแท้จริง

ที่ผ่านมา ในการพัฒนาแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดของ MQDC จะต้องมีการวิจัย (Research Base) รองรับทุกโครงการ ซึ่งแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เกิดมาจากการศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีเป้าหมายที่จะร่วมแก้ปัญหาด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผมหวังว่า “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” จะช่วยให้เราได้กลับมามีความสุขกับคนในครอบครัว และสามารถสานความสุขให้คนในทุกเจเนอเรชั่นตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้” นายวิสิษฐ์ กล่าว

ด้าน นายรุ่งโรจน์ จงศุจิพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์          คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า ผลสำรวจในด้านที่อยู่อาศัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ อายุ 15 – 65 ปี รวม 400 คน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง 70.8% ต้องการอยู่อาศัยในบ้านที่ประกอบด้วยสมาชิกหลายรุ่น โดยกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ต้องการอยู่อาศัยหลายรุ่นสูงสุด คือ 80.7% ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่อยู่อาศัยแบบครอบครัว 4 รุ่น ต้องการอาศัยอยู่ในครอบครัวหลายรุ่นมากที่สุด คือ 92.0% รองลงมา คือ ผู้อาศัยอยู่ในครอบครัว 3 รุ่น 78.9% ผู้ที่อาศัยใครอบครัว 2 รุ่น ต้องการอยู่อาศัยแบบครอบครัวหลายรุ่น 66.1% นอกจากนี้ยังพบว่า การอยู่อาศัยแบบครอบครัว 3 รุ่น ทำให้สมาชิกในครัวเรือนมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าครัวเรือนรูปแบบอื่น

ดังนั้นในปี 2562 นี้ บริษัทฯได้เตรียมที่จะเปิดตัวแบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ที่อยู่อาศัยแบบ มัลติ-แพลตฟอร์มที่หลากหลาย จำนวนทั้งสิ้น 3 โครงการ บนที่ดินฟรีโฮลด์ ใน 2 ทำเล มูลค่าโครงการรวม 19,900 ล้านบาท โดยทำเลแรกคือ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท” (MULBERRY GROVE Sukhumvit) ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท เพียง 250 เมตร จากรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง พัฒนาในรูปแบบคอนโดฯ High Rise สูง 37 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 200,000-300,000 บาท/ตารางเมตร  จำนวน 286  ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท  และมีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3/2562” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

ส่วนอีกทำเลตั้งอยู่ในโครงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” (The Forestias) ที่ถือเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ เนื้อที่ 300 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด ช่วง กม.5 – 7  ภายใต้แบรนด์ “มัลเบอร์รี โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์” แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ สูง 3 ชั้น  จำนวน 37 ยูนิต ราคาประมาณ 100-200 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวประมาณปลายปีนี้

และอีก 1 โครงการจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ สูง 7-8 ชั้น จำนวน 283 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2562 นี้ ซึ่งรายละเอียดต่างๆยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

“มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) ถือเป็นแบรนด์ใหม่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ เรสซิเดนซ์ ของ MQDC ที่มาจากการเล็งเห็นความสำคัญของการอยู่อาศัยร่วมกันแบบหลากหลายช่วงวัย หรือที่เรียกว่า “Intergeneration” ซึ่งที่ผ่านมา จากการศึกษาข้อมูล พร้อมทั้งจากผลการวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  ได้เล็งเห็นเทรนด์สำคัญในระดับโลก (Global Trend) ที่ว่าการที่คนมีปัญหาเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกหลายรุ่น นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ทั้งในครอบครัวและสังคม ทำให้คนเรามีความสุขลดน้อยลง ผนวกกับที่บริษัทฯทำการศึกษาและวิจัยในประเด็นดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ทำให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจน จึงเป็นที่มาของการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” (MULBERRY GROVE) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยหลากหลายช่วงวัย สร้างความผูกพันของครอบครัวให้แน่นแฟ้น ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความสุขที่แท้จริง” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

นายรุ่งโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯยังมีแผนซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาโครงการแบรนด์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดทำเล และขนาดที่ตั้ง แต่ต้องตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งในปี 2563 คาดว่าจะเปิดตัวอีกประมาณ 2 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here