กลุ่มธนบุรีฯรุกแผนลงทุนธุรกิจอสังหาฯ-เฮลท์แคร์กับพันธมิตรในจีนต่อเนื่อง  ด้านในประเทศหลังประกาศงัดแลนด์แบงก์สะสมต่างจังหวัดร่วมโครงการ “บ้านล้านหลัง” 6 โครงการ ดึงกลุ่มทุนต่างชาติเข้า Subcontract ทั้งระบบ รับปีแรกพลาดเป้า 80% ปิ๊งไอเดียเช่าที่ดินวัดในกทม.-ปริมณฑล ระยะยาว 30 ปี พัฒนาบ้านเอื้อผู้มีรายได้น้อย
นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล,บริหารศูนย์ดูแลผู้สูงวัย และโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงการบริหารงานของรัฐบาลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาว่า ไม่ได้มีความเข้าใจระบบเศรษฐกิจเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริหารประเทศมีความคิดแบบอาชีพเดิมที่เคยรับราชการอยู่ ซึ่งในโลกความเป็นจริงนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ โดยที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้มีการวางรากฐานและปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม หากมีการบริหารประเทศต่อเนื่องอีก 4 ปี เชื่อว่าเศรษฐกิจในประเทศคงดิ่งลงเหว กลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาอย่างแน่นอน  ส่วนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC )ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนนั้น มองว่าหากไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านมารองรับการขยายการลงทุนของชาวต่างชาติ ก็เชื่อว่าคงไม่มีผู้ประกอบการรายใดกล้าเข้าไปลงทุน แต่จะหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน ซึ่งปัจจุบันไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับแผนการลงทุนของกลุ่มธนบุรีฯนั้นยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยในต่างประเทศนั้น ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้มีการขยายเครือรพ.ธนบุรี ไปอย่างต่อเนื่อง และในช่วง8 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับพันธมิตรประมาณ 5 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มคันทรี่ การ์เด้น โฮลดิ้ง บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เบอร์หนึ่งจากประเทศจีน(ปัจจุบันมีการพัฒนาอสังหาฯแล้วรวมประมาณ 1,200 โครงการ) ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯและเฮลท์แคร์ รวมไปถึงการรับบริหารบ้านพักผู้สูงอายุในประเทศจีนด้วย  ซึ่งที่ผ่านมามีการร่วมทุนกับกลุ่มคันทรี่ฯแล้ว รวมประมาณ 4-5 โครงการ อาทิ เมืองเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู และฉงชิ่ง เป็นต้น โดยแต่ละโครงการที่เข้าไปร่วมทุนคิดเป็นงบลงทุนไม่เกิน 10% ของมูลค่าในแต่ละโครงการที่พันธมิตรแต่ละกลุ่มลงทุนพัฒนา

ส่วนการลงทุนในประเทศไทยนั้น ด้วยความที่ตนเองมีการลงทุนซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีที่ดินสะสมรวมประมาณ 10,000 ไร่ ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด จึงมีแผนที่จะทยอยนำที่ดินมาใช้ประโยชน์มากที่สุด โดยที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ในการเข้าร่วมโครงการ “บ้านล้านหลัง”จำนวน 6 โครงการ ด้วยการนำที่ดินสะสมในต่างจังหวัดที่มีดีมานด์ และสามารถพัฒนาโครงการรองรับในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ราชธานีบ้านและที่ดิน จำกัด และหาพันธมิตรจากต่างประเทศที่มีความสนใจโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อาทิ สหรัฐฯ,อังกฤษ และญี่ปุ่น เป็นต้น  มา Subcontract ไปอีกช่วงหนึ่ง โดยเริ่มต้นที่ดินที่อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 กว่าไร่ พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ ภายใต้แบรนด์ “วาสนา อุตรดิตถ์” แบ่งการพัฒนาเป็น 2 เฟสๆละประมาณ 10 ไร่ รวม 6 อาคาร ขนาด 30 ตารางเมตร ราคา 600,000-900,000 บาท/ยูนิต โดยเฟสแรกมีจำนวน 200 ยูนิต มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ส่วนอีก 5 โครงการที่จะพัฒนาคือที่ ราชบุรี,ร้อยเอ็ด,ขอนแก่น,สกลนคร และกาฬสินธุ์ โดยวางแผนว่าภายใน 1 ปีจะสามารถพัฒนาได้ 50,000 ยูนิต/ ปี จาก 200,000 ยูนิต ภายในระยะเวลา 5 ปี แต่ต้องพลาดเป้าไปประมาณ 80% สามารถพัฒนาได้เพียง 4,000 ยูนิตเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถหาผู้รับเหมาก่อสร้างไทยได้เพียงพอ จึงต้องไปดีลงานกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างระบบเทิร์นคีย์ จากประเทศเกาหลีแทน ซึ่งมีการการันตีเก็บค่าก่อสร้างหลังงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

“ด้วยที่ดินสะสมที่เรามีอยู่ จึงสามารถนำมาพัฒนาได้จำนวนมาก และก่อนที่จะพัฒนาจะต้องเลือกต้นทุนด้านที่ดินที่พัฒนาแล้วต้องไม่เกิน 12,000 บาท/ตารางเมตร,มีพันธมิตรมา  Subcontract  และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเรามีครบแล้ว โดยเฉพาะรับเหมาก่อสร้างจะเป็นพันธมิตรจากเกาหลีที่นำการก่อสร้างแบบระบบเทิร์นคีย์ และจะเก็บเงินหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ  แต่เราจะดำเนินการก่อสร้างแต่ละโครงการได้ก็ต่อเมื่อแต่มียอดขายแล้ว 80%  และด้วยราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นทุกปี จึงได้มองหาที่ดินว่างเปล่าในพื้นที่ของวัดต่างๆในกรุงเทพฯปริมณฑล  มาเช่าระยะยาวประมาณ 30 ปี เพื่อสามารถพัฒนาบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยกับโครงการบ้านล้านหลังจาก ซึ่งขณะนี้ได้ที่ดินมาแล้ว 3 แปลงๆละประมาณ 30-100 ไร่ ขณะนี้เซ็นสัญญาเช่าที่ดินวัดแล้ว 1 แห่ง คือ วัดเครือวัลย์วรวิหาร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้” นายแพทย์บุญ กล่าวในที่สุด

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here