วนชัย กรุ๊ป ปรับโมเดลธุรกิจใหม่หนีสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีผลกระทบการค้าขายทั่วโลก ล่าสุดปั้น “วู้ดสมิตร” พัฒนาธุรกิจค้าปลีกทั่วประเทศขยายตลาดผลิตภัณฑ์ไม้สำเร็จรูปทดแทนธรรมชาติ คุณภาพระดับโลกสร้างกำไรยั่งยืน  พร้อมควงกลุ่มไดนาสตี้ เพิ่มช่องทางการขายสินค้าประเดิมเปิด 20 สาขาในปีนี้ คาดกวาดยอดขายกว่า 300 ล้านบาท วางเป้าปี 2566 ยอดขายรวมทะลุ 9,000 ล้านบาท 

นายวรรธนะ เจริญนวรัตน์

นายวรรธนะ เจริญนวรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG เปิดเผยว่า จากปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจและการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้บริษัทฯมีความจำเป็นต้องปรับโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อยอดขายหรือรายได้ของบริษัทฯเนื่องจากว่า ยอดขายของของวนชัย กรุ๊ป  กว่า 80% มาจากการส่งออก ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีผลกระทบการค้าขายทั่วโลก รวมไปถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าเงินสกุลอื่นๆ ทำให้ราคาขายสินค้าของเราลดต่ำลง

ด้วยเหตุนี้บริษัทฯปรับแผนและหันมาพัฒนาสินค้าลและช่องทางการขายสินค้าในตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างตลาดปลายน้ำใหม่ๆ (ผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้บริโภค D.I.Y.) ตลาดค้าปลีก และ ตลาดสินค้าไม้สำเร็จรูปทดแทนธรรมชาติ (Finished Products) การปรับโมเดลครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของวนชัย กรุ๊ป  สามารถสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอและเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต โดยในปี 2565 ได้วางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ระดับ 20,000 ล้านบาท

การวางโมเดลธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ จะเน้นเพิ่มการขายสินค้าในประเทศเป็น 50% จากเดิมที่มีเพียง 20% โดยผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finished Products) จะทำยอดขายในประเทศ 50% โดยขณะนี้บริษัทฯ กำลังพัฒนาบริษัทย่อยขึ้นมาใหม่เพื่อดำเนินการ โดยใช้ชื่อ “วนชัย วู้ดสมิธ” โมเดลนี้จะทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ วนชัย กรุ๊ป ยังมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี4 กลยุทธ์หลัก คือ 1. การบริหารวัตถุดิบไม้แบบครบทั้งสวนทั้งต้น 2. การพัฒนาสินค้าใหม่ แผ่นไม้ OSB และ แผ่นวีเนียร์ 3. การทำธุรกิจพลังงานทดแทน ได้แก่ โรงไฟฟ้าชีวมวลและโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) และ 4. การทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้วยการจัดตั้งบริษัทวนชัย โลจิสติกส์ จำกัดมาดูแล

ด้านนางสาวภัทรา สหวัฒน์ กรรมการ บริษัท วนชัย วู้ดสมิธ จำกัด กล่าวเสริมว่าบริษัทฯ มีเป้าหมายพัฒนาตลาดการค้าปลีก และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finished Products) ดยจะมีทั้งแบบร้านค้าแบบสแตนด์อโลน  (Standalone Store) และ ร้านค้าที่ร่วมกับพันธมิตร (Partner Store) เริ่มต้นด้วยการจับมือกับกลุ่มไดนาสตี้ ผู้นำในอุตสาหกรรมกระเบื้องเซรามิค ภายในปี 2566 ตั้งเป้าหมายจะมี 100 สาขาทั่วประเทศไทย พร้อมมีการขายออนไลน์ ซึ่งยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 ล้านบาท ตามการขยายตัวของสาขา ทั้งนี้ภายในสิ้นปี 2562 จะเปิดได้ 20 สาขาร่วมกับกลุ่มไดนาสตี้ คาดจะสร้างยอดขายในปีนี้จำนวน 300 ล้านบาท และภายในปี 2564 จะเปิดได้อีก 60 สาขา จะมียอดขาย 4,000 ล้านบาท

การเปิดตัวร้านค้า “วู้ดสมิตร (Woodsmith)” มีเป้าหมายที่จะพัฒนาสินค้าแบบใหม่ที่ตลาดยังไม่คุ้นเคย แต่เมื่อได้รับการตอบรับแล้วสินค้าของแบรนด์ “วนชัย” จะช่วยให้ผู้บริโภคมีสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ได้ในราคาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการวางจำหน่ายสินค้าให้กับโมเดิร์นเทรดที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน ก็จะทำต่อไป ทั้งสินค้าภายใต้ชื่อแบรนด์ “วนชัย” และสินค้ารับจ้างผลิต (OEM)

อนึ่ง บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2486 โดยเริ่มจากธุรกิจโรงเลื่อยจักร ก่อนจะพัฒนาเป็นผู้ผลิตไม้อัด Wood-based Panel และ ก้าวมาเป็นผู้ผลิตแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติ Wood-based Panel มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ Particleboard MDF Board OSB Laminate Flooring บานประตูไม้ HDF ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผนัง ผลิตภัณฑ์ไม้พื้นและบัว และ ผลิตภัณฑ์ไม้พื้นบันไดและไม้ราวจับ บริษัทฯ มีกระบวนการผลิตสมบูรณ์แบบครบวงจร สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง สวยงาม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยได้มาตรฐานโลก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here