ไรมอน แลนด์ฯเผยครึ่งปีหลัง62 จ่อผุดคอนโดฯ 2 ทำเลตามแผน รวมมูลค่า 11,000 ล้านบาท  ล่าสุดเปิดตัวพันธมิตรร่วมทุนมิตซูบิชิ เอสเตทฯพัฒนาโครงการ“One City Centre”เสริมความแกร่ง พร้อมดึง JLL เปิดขายพื้นที่เช่า  คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี65  เชื่อปีแรกรับรู้รายได้กว่า 60 ล้านบาท/เดือน  มั่นใจทั้งปีรายได้แตะ 5,000 ล้านบาทตามเป้า
   
นายไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด(มหาชน)หรือ RML เปิดเผยว่าในครึ่งปีหลัง 2562 บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดตัวคอนโดฯไฮไรส์ใหม่ จำนวน 2 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท ในทำเลพญาไท บนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มทุนใหม่ คิดเป็นสัดส่วนมูลค่า 30% ของมูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในไตรมาส3/2562  และทำเลสุขุมวิท 38 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม “โตเกียว ทาเทโมโนะ” คิดเป็นสัดส่วนมูลค่า 70% ของมูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท  ซึ่งจะเปิดตัวในไตรมาส4/2562 แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 

“การเปิดโครงการใหม่ของบริษัทจะเป็นการทยอยเปิดตัว  ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งมาก เพราะบริษัทต้องการให้โครงการที่บริษัทได้เปิดพรีเซลไปก่อนหน้าสามารถขายให้กับลูกค้าไปเป็นจำนวนหนึ่งก่อน เพื่อทำให้ซัพพลายลดน้อยลง ทำให้ไม่กระทบต่อการขายโครงการที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้” นายไลโอเนล กล่าว

ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ “One City Centre” (OCC) อาคารสำนักงานเกรดเอ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ตั้งอยู่บนบนถนนเพลินจิต  “One City Centre” ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด     ด้วยการก่อตั้งบริษัท ไรมอน แลนด์ 548 จำกัด ขึ้นมาพัฒนาโครงการดังกล่าว  ด้วยทุนจดทะเบียน 1,300 ล้านบาท โดยไรมอน แลนด์ฯถือหุ้นสัดส่วน 60% และมิตซูบิชิ เอสเตทฯถือหุ้นสัดส่วน 40%  ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่เศษ มีความสูง 61 ชั้น พื้นที่ให้เช่าประมาณ 61,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงาน 92% และพื้นที่ค้าปลีกประมาณ 8%  ภายใต้สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี คิดเป็นค่าก่อสร้างมูลค่า 5,500 ล้านบาท และเช่าที่ดินมูลค่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิการเช่าดังกล่าวต่อสำนักงานที่ดินเรียบร้อยแล้ว ส่วนราคาเช่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ปัจจุบันเรทราคาเช่นอาคารสำนักงานทำเลเพลินจิต-ชิดลม อยู่ที่ประมาณ 1,100-1,500 บาท/ตารางเมตร/เดือน  และปัจจุบันการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ OCC ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในไตรมาส 4/2565 และรับรู้รายได้ต้นปี 2566

 

โดยบริษัทฯเริ่มทำการตลาดและเดินสายสำรวจความต้องการของลูกค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JLL เป็นตัวแทนขาย โดยที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย รวมถึงเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจประเภทเทคโนโลยี และธุรกิจประเภทอื่นๆที่สนใจเข้ามาเช่าพื้นที่ ประกอบกับจะมี Co-working เข้ามาเช่าพื้นที่ดังกล่าวด้วย อีกทั้งในส่วนของพื้นที่เช่าบริษัทจะมีการลงทุนเป็นศูนย์การแพทย์ (Medical Hub) พื้นที่รวมกว่า 4,000 ตารางเมตร โดยที่บริษัทจะมีการลงทุน “ศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยาก”(In Vitro Fertilization : IVF)  เพื่อให้คำปรึกษาด้านการมีบุตร บนพื้นที่ 1,100 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรจากออสเตรเลียที่ดำเนินธุรกิจด้านธุรกิจการแพทย์ในประเทศจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ โดยมาเปิดสาขาในประเทศไทย ที่โครงการ OCC เพลินจิต เพื่อดำเนินการเป็นศูนย์การแพทย์  ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความชำนาญทางด้านการทำเด็กหลอดแก้ว ผสมเทียม และการเก็บไข่แช่แข็ง ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามคาดว่าหลังจากที่เปิดให้บริการโครงการ  “One City Centre” ในช่วงแรกหลังจากไตรมาส 4/2565 คาดว่าในปีแรกจะทำรายได้ให้กับบริษัทกว่า 60 ล้านบาท/เดือน และในปีต่อๆไปหลังจากที่มีลูกค้าเข้ามาเช่าพื้นที่เต็มแล้วคาดว่าจะสร้างรายได้เข้ามากว่า 80 ล้านบาท/ปี โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และในช่วงเวลาที่โครงการ One City Centre เปิดให้บริการจะยังไม่มีซัพพลายของอาคารสำนักงานเข้ามาในตลาดมากนัก เพราะโครงการ One Bangkok ยังไม่ได้เริ่มเปิดให้บริการ ทั้งนี้หลังจากโครงการดังกล่าวเปิดให้บริการและมีรายได้เข้ามา จะเป็นปัจจัยหนุนต่อรายได้ประจำของบริษัทให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปี 2566 ตามเป้าหมาย

 

“One City Centre” จะเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสามารถตอบสนองและตรงกับความต้องการของหน่วยงานหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาสำนักงานแห่งใหม่ นอกจากนี้ยังสามารถรองรับผู้ประกอบการขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางได้ เพราะมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม โดยมีตั้งแต่ขนาด 84 -512 ตารางเมตร”นายไลโอเนล กล่าว

 

อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 5,000 ล้านบาท โดยที่ในปีนี้จะมีการโอนโครงการ The Lofts  Asoke  ที่มีการโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงไตรมาส 4/62 บริษัทจะมีการโอนโครงการ The Lofts Silom  เข้ามาอีก โดยที่ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 8,600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ 4,000-5,000 ล้านบาท

ด้านนายยูทาโร  โยซุซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในอาเซียน ภายใต้บริษัท มิตซูบิชิเอสเตท จำกัด (ญี่ปุ่น) กล่าวว่า บริษัทฯมีความภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญจากการพัฒนาโครงการย่านธุรกิจกลางเมืองที่เขตมารุโนะอุจิ ตลอดจนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญอื่นๆ มาประยุกต์ใช้กับโครงการจะทำให้ “One City Centre” เป็นอาคารสำนักงานชั้นนำของกรุงเทพมหานครและเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นอาคารสำนักงานที่สามารถตอบสนอง และเติมเต็มไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง

โดยที่ผ่านมาบริษัทฯมีความต้องการที่จะเข้ามาพัฒนาอาคารสำนักงานในประเทศไทยอยู่แล้ว และเพื่อให้เกิดความสำเร็จก็จะต้องเลือกพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในการพัฒนา และมองว่าไรมอน แลนด์ฯมีคุณสมบัติครบตามที่มิตซูบิชิ เอสเตทฯต้องการ จึงได้เกิดการร่วมทุนในครั้งนี้ขึ้นมา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*