กลุ่มลิปตพัลลภเผยหลังBackdoor Listing โฟคัสฯเปลี่ยนชื่อเป็นPROUD พร้อมดึงทีมเสริมทัพ ประกาศรุกพัฒนาอสังหาฯเต็มสูบ แยกส่วนจากพราวกรุ๊ป ประเดิม2 โครงการ ทำเลหัวหิน รวมมูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท ชูคอนเซ็ปต์“MORE THAN JUST LIVING”เจาะตลาดพรีเมี่ยม ตั้งเป้า 5 ปียอดขายแตะ 10,000 ล้านบาท

นางสาวพราวพุธลิปตพัลลภกรรมการบริหารบริษัท พราว เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) หรือPROUD เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ตน และนายพสุ ลิปตพัลลภ เข้าไปถือหุ้นใหญ่ในบริษัท  โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)หรือFOCUS (เดิมดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง)สัดส่วน70.37% และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พราว เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) เมื่อวันที่13 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯดังกล่าว จะเน้นการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ส่วนธุรกิจเดิมของโฟคัสฯก็ไม่ได้มีการดำเนินการแล้ว คงเหลือเพียงสต๊อกเก่าพร้อมโอนในโครงการโฟคัส เพลินจิตสุขุมวิท2  ซึ่งเป็นคอนโดฯ สูง8 ชั้น จำนวน 35 ยูนิต(จากทั้งหมด132 ยูนิต) ขนาด 34.46-124 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 140,000-170,000 บาท/ตารางเมตร คาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถรับรู้รายได้ในปี2562 นี้

สำหรับแนวทางการพัฒนาโครงการระยะแรกของPROUD ในช่วงแรกจะพัฒนาในพื้นที่หัวหิน.ประจวบคีรีขันธ์ก่อน 2 โครงการ เนื่องจากบริษัทฯยังมีที่ดินสะสมอยู่เกือบ 1,000 ไร่ และมีการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ-ท่องเที่ยว-บริการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวในหัวเมืองหลักๆของประเทศ อย่างหัวหินและภูเก็ต ทำให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่มาจากการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่ต้องการบ้านพักผ่อนหลังที่สอง หรือตลาดนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มอายุ50 ขึ้นไป ที่มีกำลังซื้อสูง หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวแถบเอเซีย โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยมมิลเลเนียล จึงทำให้ที่ผ่านมาตลาดนี้หรือResort homes มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) ที่สำรวจพบว่า มูลค่าโอนห้องชุดรวมของหัวเมืองหลักๆอย่างเชียงใหม่  สมุย(สุราษฎ์ธานี) กระบี่ ภูเก็ต พัทยา(ชลบุรี) และหัวหิน(ประจวบคีรีขันธ์) เติบโตเฉลี่ยปีละ29% ระหว่างปี2558-2561เทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ปีละ20%  และในปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมถึง  51,656 ล้านบาทโดยมีดีมานด์มาจากทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวได้อย่างแท้จริง ทางบริษัทฯจึงมีแนวคิดที่จะทำอสังหาฯแนวใหม่  โดยผสมผสานประสบการณ์การพักผ่อนและการให้บริการระดับโรงแรมเข้ากับการดีไซน์ของที่พักอาศัย ซึ่งยังคงต้องมีความคุ้มค่าในแง่ของการลงทุนที่พักอาศัย ซึ่งยังคงต้องมีความคุ้มค่าในแง่ของการลงทุนออกมาในรูปแบบลิฟวิ่ง โซลูชั่น คอนเซ็ปต์“MORE THAN JUST LIVING”เน้นย้ำทำเลทอง –พื้นที่ส่วนกลางและการให้บริการระดับโรงแรมการออกแบบเชิงรีสอร์ทการทำการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ผู้พักมีความสะดวกสบายมากขึ้น

ในการรุกตลาดในครั้งนี้จะเป็นการเน้นกลุ่มลูกค้าในระดับบนทั้งพรีเมี่ยมและลักชัวรี่ โดยหากเป็นตลาดเมืองรีสอร์ท ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ100,000 บาท/ตารางเมตร  และสามารถขึ้นไปถึง 300,000 บาท/ตารางเมตร และหากเป็นตลาดในเมืองอย่างกรุงเทพฯราคาจะเริ่มประมาณ  150,000-350,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาต่อห้องสามารถเริ่มต้นที่ประมาณ 4 ล้านบาทโดยขนาดห้องจะต้องเน้นเรื่องของขนาดที่ใช้ได้จริง และมีฟังก์ชั่นที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

สำหรับในส่วนของพราวกรุ๊ปนั้น จะแยกส่วนจากPROUDอย่างชัดเจน เนื่องจากถือหุ้นโดยตระกูลลิปตพัลลภ100% ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในหัวเมืองท่องเที่ยว

 ด้านนายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราวเรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) หรือ PROUD กล่าวว่า จากยุทธศาสตร์การลงทุนภาครัฐสู่การเปิดตัว2 โครงการในหัวหินจึงมั่นใจว่าภายใน 5 ปี จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหัวหิน เมื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเสร็จซึ่งรวมไปถึงการผลักดันโครงการท่องเที่ยวย่าน ไทยแลนด์ริเวียร่าและการพัฒนาระบบคมนาคมครอบคลุมทั้งทางบกทางน้ำทางอากาศและทางราง  อาทิ  โครงการรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพหัวหิน, โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐมชะอำ และโครงการปรับปรุงและขยายสนามบินหัวหินซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการบินระหว่างประเทศรายวัน

สำหรับ2 โครงการฯที่บริษัทฯจะลงทุนนั้นประกอบด้วย 1.โครงการในหัวหินซอย71 บนพื้นที่7 ไร่เศษมูลค่าโครงการ3,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบคาดว่าจะเปิดตัวประมาณไตรมาส4/2562 และ2. โครงการที่ตั้งอยู่ติดสวนน้ำวานานาวาและโรงแรมฮอลิเดย์อินน์รีสอร์ท หัวหินตั้งอยู่บนพื้นที่5 ไร่เศษมูลค่าโครงการ2,500 ล้านบาท มีแผนจะเปิดตัวตในปี2563 โดยตั้งเป้ายอดขายรวม 2 โครงการแรกอยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท และมีเป้าหมายจะหาโครงการใหม่ เพื่อเพิ่มยอดขายอีกอย่างน้อยประมาณ 4,000-6,000 ล้านบาท รวมเป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท  ภายใน  5 ปี   สานต่อแนวคิด“MORE THAN JUST LIVING” โดยเชื่อว่าจะเป็นจุดขายที่แข็งแรงได้ทั้งโครงการในเมืองอย่างกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวหลักๆของประเทศ อาทิ  ภูเก็ตฯลฯ   นอกจากนี้ได้แต่งตั้งทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและมากประสบการณ์เข้าเสริมความแกร่งอีกด้วย 

นายศรัฐ ปวรเดชาพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พราว เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) หรือ PROUD กล่าวถึง กลยุทธ์การตลาดและแผนการขายว่า จากสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่ไปพักผ่อนที่หัวหิน มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดูได้จากอัตราเข้าพักในโรงแรมรีสอร์ทมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  กระตุ้นการเติบโตต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามไปด้วย แต่เนื่องจากทำเลที่ดินติดชายหาดในปัจจุบันมีจำนวนจำกัด   สวนทางกับความต้องการซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มตลาดนักลงทุนทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ หรือผู้ที่ต้องการสถานที่พักตากอากาศเป็นบ้านหลังที่สองยังมีอยู่มากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากสภาพตลาดในปี2561 จำนวนยูนิตที่เกินกว่า  10 ล้านบาท ที่มีค้างอยู่ในตลาดหัวหินชะอำ มีเพียง65 ยูนิต  แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดบนซึ่งยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และจากการศึกษาตลาดของบริษัทฯพบว่าคอนโดฯในตลาดบนมีการปล่อยResale น้อยมากและพอมีหลุดมาตลาดก็รับทันที ในราคากว่า 250,000  บาท/ตารางเมตรทำให้ทางPROUD   มั่นใจศักยภาพในการพัฒนาโครงการะดับไฮเอนด์ลักชัวรี่  ในหัวหิน และในอนาคตก็มีแผนจะนำคอนเซ็ปต์“MORE THAN JUST LIVING” ไปใช้ในหัวเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่ในกทม.ด้วย

 

 

ซึ่งในการทำการตลาดและการขายในครั้งนี้จะมีการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆในหัวหิน  เตรียมพร้อมทำCo-promotion และมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกบ้านของPROUD เพื่อมอบประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า”  ภายใต้แนวคิด“MORE THAN JUST LIVING” ให้แก่กลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here