REIC คาดภาพรวมตลาดอสังหาฯปี 2562 เติบโตลดลง 10 % ผลมาตรการ LTV และเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวกดดันกำลังซื้อ เผย 4 เดือนแรกยอดเปิดตัวโครงการใหม่ของคอนโด-บ้านจัดสรรของทั้งบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ปรับลดลง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC กล่าวในงานสัมมนา “วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอยุธยา-สระบุรี ปี 2562” ว่า ภาพโดยรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 จะขยายตัวลดลงประมาณ 10 % ล่าสุด จากการสำรวจในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) การเปิดโครงการใหม่ ลดลงประมาณ10 % และยอมรับว่าผลกระทบที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ประกาศเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) และการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศนั้น สร้างแรงกดดันและกระทบกำลังซื้อค่อนข้างมากด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ จากข้อมูลผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑลในปัจจุบันนั้น พอจะประเมินได้ว่า อุปทาน(Supply)เหลือขายที่อยู่อาศัยในตลาด ณ ปี 2562 ประมาณ 150,333 หน่วย แยกเป็นดังนี้

  • บ้านจัดสรรมีประมาณ 84,469 หน่วย คิดเป็น 56.2 %
  • อาคารชุดมีประมาณ 65,864 หน่วย คิดเป็น43.8 %

สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) มีเปิดใหม่ทั้งบริษัทจดทะเบียนและบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีจำนวน  51 โครงการ จำนวน 8,127 หน่วย ซึ่งทั้งจำนวนโครงการและหน่วยที่ออกมาสู่ตลาดลดลง 14.3 % และ 17.3 % ตามลำดับ

ส่วนระดับราคาที่มีหน่วยเปิดขายมากที่สุด จะต่ำกว่า 5 ล้านบาท จนไปถึง 1 ล้านบาท รวม 5,394 หน่วย คิดเป็น 50.66 % ของหน่วยเปิดใหม่ที่ 8,127 หน่วย ขณะที่กลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาท มีเปิดขาย 1,009 หน่วย จะอยู่ในทำเลกรุงเทพฯและจ.นนทบุรี เท่านั้น

ทั้งนี้ พื้นที่ซึ่งมีหน่วยบ้านจัดสรรมากที่สุด ได้แก่ ทำเลหลักสี่-ดอนเมือง-สายไหม-บางเขน จำนวน 1,079 หน่วย รองลงเป็น ทำเลบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 897 หน่วย เป็นต้น โดยกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ เปิดตัวมากที่สุด 4,899 หน่วย คิดเป็น 60.3 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 2,491 หน่วย คิดเป็นร้อยละ30.7

ดร.วิชัย ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์ตลาดห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ พบว่า 4 เดือนแรกมี 35 โครงการ จำนวน 12,801 หน่วย ลดลง 10.3 % และ 23.4 % ตามลำดับ ประเภทที่มีการพัฒนาและเปิดขายห้องชุดจะเป็นแบบ 1 ห้องนอน รวม 9,626 หน่วย คิดเป็น 75.2 % ซึ่งพื้นที่ซึ่งมีการเปิดขายใหม่มากที่สุด ได้แก่

  • ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง จำนวน 1,933 หน่วย
  • ธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด จำนวน 1,720 หน่วย
  • สุขุมวิท 1,537 หน่วย
  • คลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง จำนวน 1,377 หน่วย
  • และพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 1,373 หน่วย

อนึ่ง : ผลการสำรวจอุปทาน (Supply) และอุปสงค์ (Demand)ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑลมีจำนวน1,597 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 492,436 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ 7.7 % มีมูลค่าโครงการรวม 1,977,836 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ดังนี้

  • โครงการบ้านจัดสรร 1,088 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 207,216 หน่วย จำนวนหน่วยลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ 6% มีมูลค่าโครงการรวม 925,579 ล้านบาท
  • โครงการอาคารชุด 509 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 285,220 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ 8  % มีมูลค่าโครงการรวม 1,052,257 ล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here