แสนสิริฯ เผยไตรมาส 1/2562 ผลการดำเนินงานพุ่ง แนวราบเติบโตเด่น ยอดขายทาวน์เฮาส์โตแรงกว่า 166 %ส่งผลรายได้รวมแตะ 6,638 ล้านบาท โตเกือบ 30% ดันกำไรโตขึ้นถึง 32% หรือคิดเป็น 404 ล้านบาท ด้านเพอร์เฟครายได้เพิ่มทุกธุรกิจ ปลื้มยอดขาย “ยู คิโรโระ” คอนโดประเทศญี่ปุ่น ทำได้เกิน 40% หรือ 1,600 ล้าน ขณะที่เอพีฯกวาดรายได้รวม 10,030 ล้านบาท ยอดรอโอนเต็มมือกว่า51,500 ล้านบาท

 

 SIRIปลื้มรายได้รวมพุ่ง6,627ล้านบาท 

นายวันจักร์  บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 ว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมได้กว่า 6,627ล้านบาท โดยยอดขายหลักมาจากโครงการแนวราบ ซึ่งโครงการทาวน์เฮาส์ที่เติบโตขึ้นถึง 166% ความสำเร็จมาจากการรุกพัฒนาทาวน์เฮาภายใต้แบรนด์ “สิริ เพลส”โดยล่าสุด โครงการ สิริ เพลส แอร์พอร์ต ภูเก็ต ที่เปิดตัวในตลาดต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ยังสร้างยอดขายไปแล้วถึง 65%

นอกจากนี้ในไตรมาส 1/2562 บริษัทยังมีรายได้รวม 6,638 ล้านบาท โตขึ้นเกือบ 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแบ่งเป็นรายได้จากการขาย 4,893 ล้านบาทซึ่งมาจากการโอนโครงการแนวราบถึง 80%และโครงการคอนโดมิเนียมอีก 20% ส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งโดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 404 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 32% นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากการบริหารธุรกิจและบริหารโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสอีกถึง 1,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทยังมีแผนการโอนคอนโดมิเนียมใหม่ทั้งหมดอีกถึง 12 โครงการรวมทั้งแผนการเปิดตัวโครงการใหม่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในเดือนมิถุนายนนี้ซึ่งการดำเนินงานตามแผนธุรกิจที่วางไว้จะทำให้บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการได้ตามเป้าหมายยอดขาย 36,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 29,000 ล้านบาทที่วางไว้ในปี 2562

 PFผลกำไรสุทธิแตะ661 ล้านบาท

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้บริษัททำยอดขายได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจมีการเติบโตในทุกธุรกิจ  โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 5,689 ล้านบาท  เติบโตขึ้น 42%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 661 ล้านบาท เติบโตขึ้น 239% รายได้ประกอบด้วยรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3,905 ล้านบาท จากธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและประเทศญี่ปุ่นรวม 1,263 ล้านบาท จากการขายที่ดิน 477 ล้านบาท และยังมีรายได้จากค่าเช่าและบริการอีก 44 ล้านบาท สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยอดโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม และมียอดโอนฯจากโครงการไอคอนโด สุขุมวิท 77 เข้ามาจำนวนมาก ด้านธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน ที่มีอัตราเข้าพักสูงถึง 87%  และจากการเปิดดำเนินการโรงแรมไฮแอทรีเจนซี่ สุขุมวิทด้วย

“ไตรมาสแรกบริษัทมีผลประกอบการที่ดีมาก ขณะที่ไตรมาส 2 คาดว่าน่าจะใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ โดยกลุ่มบริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวม 6,100 ล้านบาท เป็นยอดขายในประเทศ 4,500 ล้านบาท และมียอดขายจากโครงการ “ยู คิโรโระ” คอนโดมิเนียมในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้วกว่า 40% หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ในปลายปีนี้ และจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ คิโรโระ กลับมามีกำไรในปี 2562 ลูกค้าของโครงการ “ยู คิโรโระ” ครึ่งหนึ่งเป็นชาวเอเชียทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าชาวไทย ซึ่งโครงการได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าไทยเกินความคาดหมาย  บริษัทยังมีแผนโรดโชว์ในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย คาดว่าจะสามารถทำยอดขายปิดโครงการคอนโดมิเนียมได้ภายในปีหน้า”

 

อย่างไรก็ตามในไตรมาสแรก กลุ่มบริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ เป็นแนวราบ 4 โครงการ คอนโดมิเนียม 2 โครงการ  ไตรมาส 2 จะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 4 โครงการ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท และจะมีการเปิดตัวบ้านนวัตกรรมภายใต้การร่วมทุนกับ บริษัท เซกิซุย เคมิคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 2,230 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังจะมีการเปิดโครงการใหม่อีก 9 โครงการ เป็นแนวราบ 8 โครงการ คอนโดมิเนียม 1 โครงการ เป็นไปตามแผนเพื่อช่วยผลักดันยอดขาย ด้านกลยุทธ์ไตรมาส 2 ซึ่งมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาริม ทรัพย์เริ่มมีผลบังคับใช้ บริษัทได้ปรับสัดส่วนสินค้าจากที่เน้นบ้านพร้อมอยู่ มาเป็นบ้านขายระหว่างสร้าง เพื่อให้มีระยะเวลาผ่อนดาวน์เพิ่มขึ้น และยืดเวลาให้ดาวน์ถึง 6 เดือน เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาสะสมเงินดาวน์

APยอดรอโอนเต็มมือกว่า51,500 ล้านบาท

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)หรือ AP กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขาย และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ณ ไตรมาส 1/2562  เอพีสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 10,030  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 7,300 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ 1,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าเท่ากับ 24.6ที่มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 865 ล้านบาท บริษัทฯ ยังคงรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.78”

“หนึ่งใน Key Success ของการพัฒนาโครงการเอพีคือ การมีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของคนเมือง และการกำหนดแพ็คเกจราคาขายที่ครอบคลุมดีมานต์ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 2-50 ล้านบาทขึ้นไป โดยรายได้รวมในไตรมาส 1 ที่เกิดขึ้นกว่า 10,030  ล้านบาท เป็นยอดจากการรับรู้รายได้ในสินค้าแนวราบ ซึ่งโตขึ้นกว่างวดเดียวกันของปีก่อนหน้ากว่า 50% สะท้อนถึงกระแสการตอบรับของสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ส่วนสินค้าคอนโดมิเนียมโครงการ RHYTHM เอกมัย และ LIFE อโศก ถือเป็นคีย์สำคัญในการผลักดันรายได้รวมในส่วนคอนโดมิเนียมให้กับเอพี ไทยแลนด์” นายอนุพงษ์ กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 เมษายน 2562 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้แล้วมากถึง 15,000 ล้านบาท มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) เป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 51,500 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 7,160 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม (รวมโครงการร่วมทุน) มูลค่า 44,340 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 7,490 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังอีกจำนวน 23 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ  27,260  ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮมจำนวน 12 โครงการ มูลค่า 9,250 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 10 โครงการ มูลค่า 11,710 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม  1 โครงการ มูลค่า 6,300 ล้านบาท ตลอดจนโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย (Ongoing Projects)  อีกกว่า 100 โครงการรอบกรุงเทพฯ มูลค่าคงเหลือขายรวมกว่า 55,150 ล้านบาท

ทั้งนี้ สรุปปี 2562 บริษัทฯเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 40 โครงการมูลค่า 58,050 ล้านบาท โดยมีแผนเตรียมเปิดตัวในครึ่งปีหลังจำนวน 23 โครงการ มูลค่า 27,260 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,300 ล้านบาท แนวราบ 22 โครงการ มูลค่า 20,960 ล้านบาท

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here