ออลล์ อินสไปร์ฯ แต่งตัวเข้าตลาดmai วันแรกเปิดเทรด 4.94 บาท หรือ 0.82% จากราคาIPO 4.90 บาท เดินหน้าประกาศยกระดับการเป็นผู้พัฒนาและให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร มุ่งเน้นโมเดลธุรกิจบนความแตกต่างจากคู่แข่ง ตั้งเป้าผงาดขึ้นแท่นติดระดับ Top 10 ของประเทศ
นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  หรือ ALL  เปิดเผยว่า  หุ้นสามัญของบริษัทฯ ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นวันแรก ในวันนี้ (8 พฤษภาคม 2562) เปิดทำการซื้อขายที่ระดับ 4.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.82% จากราคาIPO ที่4.90 บาท ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจของ ALL ทั้งนี้ต้องขอบคุณผู้ถือหุ้น และนักลงทุน ที่ให้การตอบรับ ALL เป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์mai

“การที่ราคาหุ้นสามารถยืนได้เหนือระดับราคาจองซื้อ เป็นผลมาจาก บริษัทฯ มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพการเติบโตสูง จากกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่า ALL เป็นหุ้นน้องใหม่ ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่วันแรก ที่เปิดให้มีการจองซื้อหุ้น IPO ในช่วงระหว่างวันที่ 26, 29-30 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองซื้อหุ้น IPO เข้ามาเต็มทั้งจำนวน 150 ล้านหุ้น ดังนั้นการที่ราคาหุ้นได้รับความสนใจครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจของ ALL” นายธนากร กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวน 735 ล้านบาท ไปใช้ต่อยอดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์  ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ซึ่งถือว่าเป็นการสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชั้นนำติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ โดยชูการเป็นผู้พัฒนาและให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (Total Real Estate Solutions) ที่เน้น โมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า พนักงาน เป็นต้น

ดังนั้นเชื่อว่า การระดมทุนครั้งนี้ จะทำให้ ALL สามารถสยายปีกในการต่อยอดธุรกิจ และจะทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดเงินและตลาดทุนสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในอนาคต ตามนโยบายของ ALL ที่จะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น พร้อมทั้งจะมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น

โดย ณ สิ้นปี 2561 บริษัทฯมีสินทรัพย์ รวมมูลค่า 6,000 ล้านบาท มีหนี้สินรวมมูลค่า 5,238 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 6.78 เท่า และมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-Bearing Debt : IBD/E Ratio) อยู่ที่ 4.66 เท่า ซึ่งภายหลังจากการระดมทุน บริษัทฯ จะนำเงินบางส่วนมาชำระเงินกู้ยืม นอกจากนี้บริษัทฯ จะมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่แผนการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดรับของบริษัทฯ โดยคาดว่าจะทำให้ D/E Ratio และ IBD/E Ratio ลดลงภายหลังการเข้าจดทะเบียนฯ

อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทฯ คาดการณ์อัตราการเติบโตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลมาจาก ณ สิ้นปี 2561 มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมประมาณ 6,190 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยเริ่มรับรู้รายได้การโอนกรรมสิทธิ์ใน 4 ปีข้างหน้า (ปี 2562 -2565) ส่งผลให้ตั้งแต่ปีนี้ เป็นต้นไป บริษัทฯ มีความสามารถในการทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีมูลค่ายูนิตคงเหลือขายของโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและก่อสร้าง และโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและรอการพัฒนา รวมมูลค่าประมาณ 8,700 ล้านบาท

“จากศักยภาพความแข็งแกร่ง รวมถึงจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทำให้ ALL สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้พักอาศัยครบในทุกมิติ ด้วยความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ภายใต้แนวคิด Class of Living “ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง” ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของ ALL ในการเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร จนทำให้  ในทุกๆ ทำเล แต่ละโครงการในปัจจุบัน ประสบความสำเร็จ” นายธนากร  กล่าว

 

ด้านดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ALL ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันนี้ (8 พฤษภาคม 2562) เป็นบริษัทที่มีศักยภาพและความโดดเด่นในการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง การันตีได้จากยอดขายที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ ALL มีความแข็งแกร่งด้านสถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง  ประกอบกับทีมคณะผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าหุ้น ALL จะเป็นหุ้น Growth Stock ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมถึงสร้างอัตราการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในอนาคตและพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*