สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถั มภ์ ร่วมกับ ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงาน “สถาปนิก ’61”(Architect Expo 2018) เผยความชัดเจนการลงทุนภาครัฐช่วยกระตุ้นภาคงานก่อสร้างฟื้นตัว ล่าสุดยอดขายพื้นที่ใกล้เต็ม 75,000 ตารางเมตร ระบุผู้ประกอบการจีนแห่ขนสินค้าพรีเมี่ยมนำเสนอมากสุด 200 ราย หวังสร้างการรับรู้แบรนด์ ขณะที่กลุ่มยุโรปแห่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มช่องทางเลือกผู้ประกอบการไทย คาดยอดผู้เข้าชมงานทะลุ 400,000 คน เม็ดเงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

 

ผู้ประกอบการไทยเทศแห่ร่วมออกบูธงานสถาปนิก 61 | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

 

นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯได้ร่วมกับบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในการจัดงานสถาปนิก ’61 (Architect Expo 2018) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-6 พฤษภาคม 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิม แพ็ค เมืองทองธานี นับเป็นงานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและ วัสดุก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 32 มีผลงานแสดงให้เห็นถึงคว มเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมและงานออกแบบพื้นถิ่นในวิถีชีวิตร่วมสมัยของสังคมไทย โดยการพิจารณาภูมิปัญญาพื้นถิ่น  การนำองค์ความรู้ที่สืบทอดจากอดีต ทั้งในมิติของแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมหรือการใช้วัสดุจากท้องถิ่น ซึ่งอาจเป็นคำตอบของอนาคตก็เป็นได้  โดยมีสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำของไทย ตลอดจนสถาปนิกนักออกแบบรุ่นใหม่ กว่า 18 กลุ่ม มาร่วมตีความนิยามความเป็นพื้นถิ่นที่แตกต่างกันไปได้อย่างน่าสนใจ  อีกทั้งผู้เข้าร่วมชมงานสามารถนำเอาแนว คิดต่างๆ ที่ได้จากการชมงานไปปรับใช้ในการอยู่อาศัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

ด้านนายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงานสถาปนิก’61 กล่าวว่า จากการที่ภาครัฐมีความชัดเจนในการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ ทำให้มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นงานก่อสร้างมากขึ้นตามไปด้วย  ดังนั้นงานในปีนี้จึงได้รับการตอบรับการเข้าร่วมแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างเป็นอย่างดี จนใกล้จะเต็มพื้นที่ 75,000ตารางเมตร หรือประมาณ 15 เท่าของสนามฟุตบอล    นอกจากนี้ยังมีบริษัททั่วโลกตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงผลงาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากจีนมีมากถึง 200 บริษัท ได้มีการนำสินค้าระดับพรีเมี่ยมเข้ามาสร้างแบรนด์เพิ่มมากขึ้น จากปีที่ผ่านมาจะเน้นการเจรจาผ่านดีลเลอร์และเอเยนต์มากกว่า รองลงมาจะเป็นผู้ประกอบการจากมาเลเซีย ที่เหลือก็จะเป็นผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆอีกประมาณ 40 บริษัท

 

 

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการจัดโซน ยูโรเปี้ยน พาวิลเลียน” ที่เป็นการรวมเทคโนโลยีจากกลุ่มประเทศยุโรปที่หาดูได้ยาก และผู้ประกอกการไทยยังไม่ค่อยนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาใช้ในประเทศ แต่อาจจะมีเพียงบางบริษัทที่นำเทคโนโลยีจากยุโรปมาประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้างให้เข้ากับภูมิประเทศไทย ดังนั้นงานดังกล่าวผู้ประกอบการจากยุโรปจึงต้องการนำเทคโนโลยีต่างๆมาทดลองตลาด เพื่อที่จะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ประกอบการไทยได้

 

“เราคาดว่างานในปีนี้จะมีความคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะจะมีกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ รวมไปถึงสมาคมสถาปนิก จากประเทศฟิลิปปินส์ และสมาคมสถาปนิกจากสปป.ลาว รวมไปถึงผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างสนใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ทางผู้ประกอบการจากยุโรปยังนำเทคโนโลยีมาจัดแสดงโดย IMAG บริษัทในเครือของ Messe Munchen ประเทศเยอรมนี ผู้จัด BAU งานแสดงสถาปัตยกรรม ผลิตภัณฑ์ และระบบก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดใน โลก ร่วมด้วยผู้แสดงสินค้าจากนานาประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน อเมริกา เวียดนาม ฯลฯ รวมกว่า 850 บริษัท” นายศุภแมน กล่าว

 

ด้านความพร้อมของผู้แสดงสินค้านั้นต่างเตรียมขนทัพผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานงานด้านดีไซน์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ เข้าชม อาทิ บูธ Lixil ของบริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าแบรนด์และผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและสุขภัณฑ์ระดับโลก ที่เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ American Standard ให้ได้ชมกันก่อนใครกับ Kastello Collection และ City Collection ที่จะเปลี่ยนพื้นห้องน้ำให้เป็น พื้นที่แห่งความสุข การเปิดตัวนวัตกรรมที่สุดของการ อาบน้ำ กับAquaSymphony เรนชาวเว่อร์ที่ใหญ่ หรูหรา และมีฟังก์ชั่นมากที่สุด และ GROHE Sensia Arena สุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ผสานดีไซน์จากเยอรมนีและเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์จาก INAX Ecocarat ผู้นำเทคโนโลยีและดีไซน์อันเป็น เอกลักษณ์เกี่ยวกับกระเบื้อง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น วัสดุก่อสร้างสำหรับการควบคุมความชื้น และ TOSTEM ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอะลูมิเนียมครบวงจร มาจัดแสดงให้ได้ชมกันในงาน

 

สำหรับบูธ UMI Group ของบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องภ ายใต้แบรนด์ดูราเกรส และเซอเกรส ได้มีการนำเสนอไอเดียการตกแต่งบ้ านในสไตล์โฮมมี่ ด้วยดีไซน์กระเบื้องในแบบต่างๆ ถ่ายทอดการแต่งห้องในแบบCozy (อบอุ่น เรียบง่าย), Fresh (สดชื่นมีชีวิตชีวา) และ Inspire (แรงบันดาลใจและจินตนาการ) ให้ทุกคนในบ้านได้ใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน โดยเตรียมโปรแกรมอัจฉริยะ Web Browser ที่สามารถเลือกกระเบื้องแบบต่างๆ ผ่านปลายนิ้ว ให้คุณแห็นภาพการจำลองห้องเสมือนจริงในแบบ 360 องศาก่อนเลือกตัดสินใจ

 

ส่วนบูธ SCG ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ยักษ์ใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยีผลิตภั ณฑ์ก่อสร้าง ได้มีการสร้างสรรค์แนวคิดของบูธ ในปีนี้ว่า Passion for Better Living แรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ ดีกว่า ประกอบไปด้วย Innovation Inspiration และ Information ยกนวัตกรรมทั้ง SCG Living Tech และ SCG Building Tech มานำเสนอ พร้อมไฮไลท์เด็ดของบูธคือHome Buddy Application ที่จะเชื่อมต่อกระบวนการทำบ้านทั้ ง Online และร้านค้า Online เข้าด้วยกัน ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบ ายในทุกด้าน รวมถึงนวัตกรรมบ้านเย็นอยู่สบาย Active AIRFlowTM System ที่สามารถสร้างคุณภาพอากาศที่ดี ภายในห้องด้วย Well Air นอกจากนี้ยังมีในส่วนเทคโนโลยี SCG Eldercare Solution กับการพัฒนาหุ่นยนต์ดินสอเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดีไซน์สุดทันสมัยโดยนักออกแบบระดับโลกอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามคาดว่างานดังกล่าวจะมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 400,000 คน และเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมของไทยแล้ว ยังส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการจับจ่ายใช้สอยภาย ในงานยาวตลอดไปถึงหลังงานกว่า 10,000 ล้านบาท