แสนสิริเผยหลังขยายเวลาตรวจสอบทรัพย์สินจะซื้อขายนิมิตหลังสวน-ห้องชุดที่พักอาศัย เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก (จำนวน 53 ยูนิต) แต่ไร้เงาข้อมูลบางรายการเพิ่มเติม ประกาศยกเลิกดีล ขอคืนเงินมัดจำ 322.82 ล้านบาท ด้านบอร์ดเพซฯอนุมัติขายที่ดินตำบลนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กว่า 87 ไร่ ให้กลุ่มRichforest International Investments Ltd มูลค่ากว่า 594ล้านบาท ย้อนแสนสิริฯ ขอขยายเวลาเพิ่มอีกรอบ ไม่อนุมัติ หากพร้อมซื้อให้เวลา 3 วัน

 

แสนสิริประกาศล้มดีลซื้อ2โครงการเพซ | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือSIRIแจ้งว่าตามที่บริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อการเจรจาซื้อขายโครงการนิมิตหลังสวน (ทั้งโครงการ) และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก (จำนวน 53 ห้องชุด) ในโครงการอาคารชุดมหานคร กับ กลุ่มบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือ PACEโดยได้ขยายระยะเวลาการตรวจสอบทรัพย์สินที่จะซื้อขาย (Due Diligence) จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นั้น

 

ทั้งนี้ บริษัทฯได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย จนสิ้นสุดระยะเวลาการตรวจสอบทรัพย์สินที่จะซื้อขายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 แล้ว แต่บริษัทฯ ยังไม่ได้รับข้อมูลบางรายการที่เพียงพอต่อการพิจารณาราคาซื้อขายและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง สำหรับตัดสินใจของบริษัทฯอย่างเหมาะสม โดยบริษัทฯ ได้ขอขยายระยะเวลาการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขายเพิ่มเติมแล้ว เพื่อให้ได้รับข้อมูลดังกล่าวอย่างครบถ้วน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาได้
ดังนั้น เมื่อวานนี้ (6 ก.พ.61) บริษัทฯจึงได้แจ้งต่อกลุ่ม PACE ว่าการตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย ไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนอย่างเพียงพอ และบริษัทฯ ได้แจ้งยกเลิกการเสนอราคาเพื่อซื้อทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว โดยผลของการดำเนินการดังกล่าว บริษัทฯ จะได้รับเงินมัดจำจำนวน 322.82 ล้านบาทคืนเต็มจำนวน

 

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRIเปิดเผยว่า บริษัทได้ตัดสินใจยกเลิกการเสนอซื้อโครงการนิมิตหลังสวน (ทั้งโครงการ)และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก จำนวน 53 ยูนิต ของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)หรือPACE หลังจากที่บริษัทฯไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของสินทรัพย์บางรายการได้เพียงพอ ซึ่งทำให้ไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอและครบถ้วนเพื่อนำมาพิจารณาในการประเมินมูลค่าของทั้ง 2 โครงการที่เหมาะสม ซึ่งทำให้บริษัทตัดสินใจยกเลิกการเสนอซื้อทั้ง 2 โครงการ

 

โดยบริษัทจะได้รับเงินมัดจำ จำนวน 322.82 ล้านบาท ภายในระยะเวลา  5 วัน นับจากวันนี้ (7 ก.พ. 61) ซึ่งทางธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)หรือ SCBจะเป็นผู้คืนเงินมัดจำดังกล่าวให้แก่บริษัท อย่างไรก็ตามแม้ว่าบริษัทจะยกเลิกดีลดังกล่าวไปแล้ว แต่จะไม่กระทบแผนการดำเนินงานต่างๆของบริษัท ซึ่งแผนงานต่างๆยังคงเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

 

“ที่เรายกเลิกดีลซื้อโครงการของ PACE ไปนั้น เพราะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของสินทรัพย์ได้ครบถ้วน ทำให้เราไม่สามารถประเมินมูลค่าและความเสี่ยงได้ ซึ่งตรงนี้ทั้ง PACE และ SCB ก็เข้าใจเรา แต่ถ้า PACE เปิดโอกาสและขยายเวลาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทฯก็มีความสนใจที่จะพิจารณาต่อได้ แต่ถ้าไม่ขยายเวลาก็ยกเลิกไป ซึ่งทาง SCB ก็ยอมรับการตัดสินใจของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นอย่างดี และก็จะคืนเงินมัดจำให้กับเราภายใน 5 วัน นับจากวันนี้ ส่วนมูลค่าที่แสนสิริเสนอไปนั้น คงไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำไว้ในการซื้อขาย”นายวันจักร กล่าวในที่สุด

 

 

ด้านบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ PACEแจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 มีมติอนุมัติการขายที่ดินในตำบลนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เนื้อที่รวมประมาณ 87 ไร่ 3 งาน 33.295 ตารางวา ซึ่งยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ใด ๆ ให้แก่ Richforest International Investments Ltd ในราคา 2,050,000,000 เยน หรือเทียบเท่า 594,953,050 บาท

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าว เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา โดยราคาที่ขายนั้นมีความเหมาะสมเมื่อพิจารณาจากราคา ณ วันซื้อขายในเดือน กรกฎาคม 2559 อยู่ที่ 1,558,890,434 เยน หรือเทียบเท่า 529,050,000 บาท และการจำหน่ายที่ดินดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ

 

นอกจากนี้ ตามที่ PACE ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อการเจรจาซื้อขายโครงการนิมิตหลังสวน (ทั้งโครงการ) และห้องชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก (จำนวน 53 ห้องชุด) ในโครงการอาคารชุดมหานคร กับ แสนสิริฯและได้ขยายระยะเวลาในการทำ Due Diligence มาจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นั้น

 

บัดนี้ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่แสนสิริฯได้แจ้งความประสงค์ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าระยะเวลาในการทำ Due Diligence มีความเหมาะสม และเพียงพอแล้ว จึงมีมติไม่อนุมัติการขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอีก โดยแสนสิริฯมีสิทธิแจ้งความประสงค์ที่จะซื้อพร้อมเสนอราคามายังบริษัทภายใน 3 วัน นับจากวันครบกำหนดดังกล่าว